ชาวบ้านแอบพูดกันว่า ถึงตระกูลเฉินจะร่ำรวยขึ้นแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่หาเรื่องใคร และไม่กลัวใครด้วย เรื่องไหนควรแจ้งทางการก็แจ้ง เรื่องไหนควรจ้างคนก็จ้าง หากทำตัวดี พวกเขาก็พาไปหาเงินด้วย แต่ถ้าไม่ซื่อสัตย์ ไม้กระบองก็ไม่เลือกหน้าใคร
ช่วงนี้ทุกคนในครอบครัวต่างมีความสุข เพราะไม่มีคำพูดน่ารำคาญพวกนั้นอีกแล้ว ในบ้านมีคนมาช่วยทำงานเพิ่มขึ้น ส่วนชาวบ้านก็ช่วยเตือนเรื่องต่าง ๆ ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก
เฉินฮวาบอกว่า “แผงขายอาหารของเราเช่าร้านข้าง ๆ ที่เพิ่งหมดสัญญาไปด้วยแล้ว เราซื้อโต๊ะเก้าอี้ม้านั่งใหม่มาวางเพิ่มหลายชุด ทั้งยังซื้อชามกับตะเกียบเพิ่มอีกล็อต ส่วนกระบอกไม้ไผ่สำหรับใส่อาหารกลับบ้านก็สั่งช่างจักสานทำไว้แล้ว เรายังจ้างป้าในหมู่บ้านมาเพิ่มอีกคน ให้ช่วยทำงานจิปาถะที่แผงด้วย”
“หอชมจันทร์ก็เพิ่มจำนวนไข่เยี่ยวม้ากับเครื่องปรุงน้ำมันพริกที่สั่งทุกวัน ตอนนี้ส่งไข่เยี่ยวม้าวันละ 50 ฟอง น้ำมันพริก 2 โถ เราหาเจ้าประจำมาขายไข่เป็ดที่ใช้ทำไข่เยี่ยวม้าได้แล้ว ราคาถูกกว่าซื้อกระจัดกระจายก่อนหน้านี้หน่อย” เฉินฮวาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า “แม่ ผมมีอีกเรื่องอยากปรึกษา”
“ว่ามาสิ”
“ผมอยากซื้อล่อสักตัว”
ตอนเขาพูด คนอื่น ๆ ในบ้านไม่ได้มีท่าทีแปลกใจ ดูท่าทางคงบอกกันไปหมดแล้ว ที่พูดให้เธอฟังก็เพื่อให้เธอเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย อย่างไรเสีย สำหรับครอบครัวชาวนา การซื้อล่อสักตัวก็เป็นเรื่องใหญ่
เฉินฮวาพูดต่อว่า “ตอนนี้ของมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่ารถล่อคนอื่นตลอดก็ไม่สะดวก เมื่อวันก่อนก็เช่าไม่ได้ ผมกับเสี่ยวหม่านเลยรีบไปเช่ารถวัวในราคาแพง ถึงได้ไม่ทำให้งานเสีย พวกเราเห็นตรงกันว่าควรซื้อ แต่เรื่องนี้ยังไงก็ต้องปรึกษาแม่ก่อน”
