ในห้องหนังสือ กลิ่นกำยานลอยอ้อยอิ่ง บรรยากาศเงียบสงบ
พ่อบ้านพาหวังเหลียนฮวาเดินมาหยุดหน้าห้องหนังสือ ก่อนจะเอ่ยรายงานคนด้านในอย่างนอบน้อมว่า “นายท่าน ภรรยาของเฉินเจียมาถึงแล้วครับ”
ด้านในห้อง คุณชายสามสกุลหวังวางพู่กันขนหมาป่าลง ลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะหนังสือ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงประตูห้อง
เขายิ้มอย่างอบอุ่น “พี่สะใภ้เฉินมาแล้ว เชิญเข้ามาเร็วครับ วันนี้แดดแรงมาก เข้ามาดื่มชาสมุนไพรเย็น ๆ คลายร้อนก่อน”
หวังเหลียนฮวาเดินตามพ่อบ้านเข้ามาตลอดทาง แสร้งทำท่าทางเหมือนเพิ่งมาบ้านเศรษฐีเป็นครั้งแรก ไม่กล้ามองซ้ายแลขวา กลัวจะทำอะไรผิดพลาด
ครั้นเห็นคุณชายสามสกุลหวังลุกขึ้นมาต้อนรับด้วยตัวเอง สีหน้าก็เผยความตื่นตระหนกที่ได้รับความเอ็นดูเกินคาด รีบก้าวเข้าไปสองก้าว ค้อมกายคำนับอย่างเรียบร้อย
“หญิงชาวบ้านคารวะนายท่านสามค่ะ นายท่านสามมีธุระมากมาย ยังต้องรบกวนให้มาพบหญิงบ้านนอกอย่างฉันด้วยตัวเอง ฉันรู้สึกเกรงใจจริง ๆ”
“โธ่ พี่สะใภ้พูดแบบนี้ก็ห่างเหินกันเกินไปแล้ว” คุณชายสามสกุลหวังยกมือขึ้นเล็กน้อย ทำท่าเชื้อเชิญ ก่อนเปลี่ยนคำเรียกด้วยน้ำเสียงสนิทสนมขึ้น “ลูกชายไม่ได้เรื่องของผมที่เรียนอยู่สำนักศึกษา ก็ได้คุณชายเล็กของบ้านพี่สะใภ้ช่วยดูแลไว้มาก ทุกวันนี้ลายมือเขาดีจนแม้แต่ท่านผู้เฒ่ายังชมไม่ขาดปาก บอกว่ามีสง่าราศี
“พี่สะใภ้สั่งสอนลูกได้รู้หนังสือมีมารยาท แถมยังคิดค้นสูตรน้ำมันพริกชั้นเยี่ยมได้ นี่ต่างหากคือความสามารถที่แท้จริง เชิญนั่งครับ เราค่อย ๆ คุยกัน”
พอได้ยินลูกชายถูกชม หวังเหลียนฮวาก็อดยิ้มไม่ได้ แต่ยังถ่อมตัวว่า “เขาก็แค่เด็กซนคนหนึ่ง จะเทียบกับคุณชายเล็กของบ้านนายท่านที่ทั้งฉลาดและไม่ธรรมดาได้อย่างไร นายท่านสามชมเกินไปแล้วค่ะ”
ทั้งสองนั่งแยกกันตามลำดับอาวุโส บ่าวหญิงบ่าวชายยกน้ำชากับของว่างมาให้แล้วก็ถอยออกไป เหลือเพียงพ่อบ้านยืนรอรับคำสั่งอยู่หน้าประตู
คุณชายสามสกุลหวังแนะนำหวังเหลียนฮวาว่า “พี่สะใภ้ลองชิมชาดูครับ นี่เป็นชาหมงหลัวอวี้เฉียนที่เพิ่งมาถึง แม้จะมีราคาไม่สูงเท่าชาหูชิว แต่เด่นตรงความสดใหม่ แล้วก็ขนมแถบหยกนี่ เป็นสูตรเก่าแก่จากอี้เซี่ยน ไม่หวานจนเลี่ยน”
