ถ่ายฉากนักธุรกิจหญิงประจำเมืองเล็กอยู่ห้าวัน
ทุกวันเธอตื่นตอนตีห้า นั่งรถไปกองถ่าย แต่งหน้า รอเข้าฉาก ถ่ายทำ แล้วก็เลิกงาน อ้วนลิ่งฮวาคุ้นเคยกับขั้นตอนเหล่านี้ดีแล้ว แต่ก็ยังตั้งใจมาก ทุกครั้งจะไปถึงสถานที่ถ่ายทำก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม
ผู้กำกับใหญ่แซ่เมิ่ง อายุราวสี่สิบปี ไม่ค่อยพูด แต่เข้มงวดกับนักแสดง
จิวเพ่ย์แอบบอกอ้วนลิ่งฮวาเป็นการส่วนตัวว่า ที่ต้องออดิชันบทนี้รอบสอง ดูเหมือนจะเป็นเพราะผู้กำกับเมิ่งคนนี้
อีกฝ่ายไม่เพียงเป็นผู้กำกับ แต่ยังเป็นนายทุนด้วย
วันแรกที่อ้วนลิ่งฮวาถ่ายทำ มีฉากประชุมกับคนงาน เธอพูดบทไปสามรอบ ผู้กำกับก็ยังไม่พอใจ
ก่อนเริ่มถ่ายรอบที่สี่ ผู้กำกับเมิ่งบอกเธอว่า “จำไว้นะ คุณก้าวออกมาจากปี 2000 ในตัวคุณมีพลังชีวิตอันเปี่ยมล้นแบบเฉพาะของยุคนั้น ทั่วประเทศกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว คุณเองก็ต้องมีแรงผลักดันที่จะมุ่งไปข้างหน้าแบบนั้น”
อ้วนลิ่งฮวาครุ่นคิดอยู่ในใจ เธอไม่ได้เติบโตมาในยุคนี้ จึงอาจเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ไม่ทั้งหมด แต่บางอย่างก็คล้ายคลึงกัน
อย่างเช่นการที่เธอได้มาอยู่ในโลกใบนี้ หาเงินได้ ทำสิ่งที่ชอบ และมอบชีวิตที่ดีให้ครอบครัว
ทุกวันนี้พอลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็เต็มไปด้วยแรงกายแรงใจ หนทางข้างหน้ามีความหวัง
เธอเลิกเลียนแบบสีหน้าและท่าทางของพ่อในอดีตอย่างหมดจด แล้วผ่อนสีหน้าลง น้ำเสียงราบเรียบขึ้น ทว่าสายตากลับเปล่งประกายอย่างเปิดเผย เต็มไปด้วยพลังและชีวิตชีวา เธอพูดว่า “พวกคุณมาทำงานกับฉัน ฉันไม่กล้ารับปากว่าจะทำให้ทุกคนร่ำรวยกันหมด แต่เรื่องให้อิ่มท้อง มีเสื้อผ้าให้อบอุ่น และมีเงินเหลือเก็บไว้ให้อุ่นใจนั้น ฉันทำได้แน่นอน”
ผู้กำกับสั่งคัต พยักหน้าแล้วบอกว่า “ผ่าน”
อ้วนลิ่งฮวาไปดูภาพย้อน ผู้กำกับเมิ่งยิ้มพลางบอกเธอว่า “ลิ่งฮวา การแสดงของคุณมีชีวิตจริงอยู่ในนั้น”
