เช้าวันถัดมา อ้วนลิ่งฮวาก็มาถึงเมืองภาพยนตร์
วันนี้นับว่าเป็นบทนักแสดงรับเชิญขนาดกลาง ๆ มีฉากทั้งหมด 3 ฉาก โชคดีที่ไม่ต้องเปลี่ยนชุดแต่งหน้า ถ่ายรวดเดียวในช่วงเวลาเดียวกันได้เลย
เธอแต่งหน้าเสร็จก็ไปยืนรออยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกหน้า เธอกดรับ ปลายสายบอกว่าพัสดุของเธอมาถึงแล้ว วางไว้ที่จุดรับพัสดุ ให้เธอแวะไปรับตอนสะดวก
“เร็วขนาดนี้เชียว?” อ้วนลิ่งฮวาชะงักไป “เพิ่งซื้อเมื่อบ่ายวานเองนะ”
“ถ้าเป็นของในเมืองเดียวกัน ปกติก็มาถึงวันถัดไปครับ” อีกฝ่ายตอบ
วางสายแล้ว อ้วนลิ่งฮวาก้มดูเวลา ยังไม่ถึงเที่ยงเลยนี่เอง มิน่าถึงเรียกว่าพัสดุด่วน มีคำว่าด่วนอยู่ ก็ต้องเร็วอยู่แล้วสิ
พอออกจากกองถ่าย อ้วนลิ่งฮวาก็ตรงดิ่งไปยังจุดรับพัสดุ
เธอบอกเบอร์โทรศัพท์ พนักงานก็ยกกล่องใบใหญ่ออกมาจากชั้นวาง แล้วหยิบถุงเล็ก ๆ มาให้อีกหลายใบ อ้วนลิ่งฮวากอดกล่องไปหามุมที่ไม่มีคน จากนั้นก็ใช้ความคิดวูบเดียวเข้าไปในห้วงมิติ
กลับเข้ามาในห้วงมิติแล้ว เธอก็ค่อย ๆ แกะของทีละชิ้น
กระดาษทิชชูหนึ่งกล่อง แบบเดียวกับที่ร้านขายบะหมี่แจกให้ลูกค้าใช้ฟรีก่อนหน้านี้
กะละมังพลาสติกล้างหน้าสีแดงใบหนึ่ง จับดูแล้วหนาแข็งแรง น่าจะทนทานดี
รองเท้าแตะสีเทา 2 คู่ แข็งไปหน่อย แต่ใส่เดินในบ้านนี้กำลังดี ใส่อาบน้ำก็สะดวก
ยิ่งมองของพวกนี้ อ้วนลิ่งฮวาก็ยิ่งพอใจ ที่สำคัญคือราคาถูก! กระดาษทิชชูม้วนละ 1 เฟิน กะละมังใบละ 3 หยวน รองเท้าแตะคู่ละ 2 หยวน ถูกกว่าที่เธอเห็นในตลาดตั้งเยอะ!
พออารมณ์ดี เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอีกครั้ง เปิดแอปชอปปิงที่เฉียนจินยวี่แนะนำ บอกว่าของข้างในซื้อแค่ชิ้นเดียวก็ได้ราคาส่ง
