ฉินยู่ขมวดคิ้ว สบเข้ากับดวงตาฉ่ำวาวของหวานหลี่ ในดวงตาคู่นั้นมีไอหมอกบาง ๆ คลออยู่
เขาถามเสียงทุ้มต่ำว่า “ลุกเองไหวไหม”
หวานหลี่เงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอยแล้วพยักหน้า
เธอใช้มือยันพื้น พยายามลุกขึ้น แต่ท่าทางดูออกแรงอยู่ไม่น้อย
โฮเชิ่งหยวนยื่นมือจะเข้าไปประคอง แต่เธอกลับหดตัวถอยไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว
“อย่าแตะต้องเธอ” ฉินยู่เตือน
โฮเชิ่งหยวนชะงักไปชั่วขณะ
ฉินยู่ยื่นมือไปทางหวานหลี่
เมื่อมองมือที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนคู่นั้น เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือลงไป
สัมผัสได้ถึงความอุ่น และรอยด้านบาง ๆ ทั่วฝ่ามือ
ฉินยู่ใช้มืออีกข้างประคองไหล่หวานหลี่ ออกแรงเพียงนิดเดียวก็พยุงเธอให้ลุกขึ้นได้
แขนของเธอผอมบาง ตัวก็เบาราวกับใบไม้
ฉินยู่ได้กลิ่นหอมสดชื่นจาง ๆ ของส้มโอจากเส้นผมเธอ สดชื่นเจือรสฝาดนิด ๆ เป็นกลิ่นที่พิเศษมาก
ดวงตาของหวานหลี่ชุ่มฉ่ำ เสียงของเธอเบาหวิว “ขอบคุณนะคะ”
เสียงฉินยู่ดังขึ้นเหนือศีรษะ “เดี๋ยวพาไปโรงพยาบาลนะ”
หวานหลี่พยักหน้า “รบกวนคุณแล้วค่ะ”
โฮเชิ่งหยวนมองท่าทางของคนทั้งคู่ที่ราวกับไม่เห็นหัวใคร ในใจอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว จึงก้าวไปขวางทางไว้
ฉากฮีโร่ช่วยสาวงามเรื่องนี้ ตัวประกอบวายร้ายก็ออกโรงได้ถูกจังหวะพอดี
“พี่ยู่ ให้ผมพาเธอไปโรงพยาบาลดีกว่า”
พอได้ยินเช่นนั้น หวานหลี่ก็หดตัวเข้าไปในอ้อมแขนฉินยู่เล็กน้อย
ท่าทีหลบเลี่ยงเพียงนิดเดียวกลับทำให้โฮเชิ่งหยวนเจ็บแปลบ “หวานหลี่ ตกลงเธอกลัวอะไรกันแน่”
ฉินยู่ย่อมสังเกตเห็นเช่นกัน ความอดทนของเขาหมดลงไปนานแล้ว
เขาหันหน้าไปด้านข้าง สายตาคมกริบกวาดมองโฮเชิ่งหยวน
“อย่ามารบกวนเธออีก ถ้าฉันเจออีกครั้ง นายก็คิดเอาเองแล้วกัน”
ชั่วขณะนั้น ความฮึกเหิมแบบวีรบุรุษและความปรารถนาที่จะปกป้องก็พลุ่งพล่านขึ้นในอกฉินยู่
