ทุกอย่างพร้อมแล้ว หวานหลี่จึงออกเดินทางแต่เช้า
เพิ่งเดินมาถึงอาคารเรียน ก็เหลือบเห็นรถฟอร์รารีสีแดงจอดอยู่ริมทาง
รถของฉินยู่
มาเช้าขนาดนี้เลยเหรอ?
หวานหลี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ฝีเท้าไม่หยุด
เมื่อเดินเข้าห้องเรียน สายตาก็กวาดมองหาร่างของฉินยู่ทันที
เขานั่งอยู่แถวหลังสุด ก้มหน้าดูโทรศัพท์
ฉินยู่เป็นทายาทมหาเศรษฐีระดับท็อป แถมหน้าตาดี ตั้งแต่เด็กจนโตคงมีผู้หญิงนับไม่ถ้วนที่ยอมตามตื๊อเขา
หวานหลี่รู้ว่ากับเขาใช้วิธีเดียวกับที่ใช้กับเฉิงเฮ่าไม่ได้
ปกติฉินยู่แทบไม่โผล่มาที่มหาวิทยาลัย ข่าวที่สื่อรายงานถึงเขาก็มักเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกซ้ำ ๆ แบบเดิม
หวานหลี่เดาว่าตระกูลฉินที่เป็นตระกูลใหญ่ขนาดนี้ ไม่ก็เข้มงวดเรื่องกฎระเบียบในบ้านมาก ไม่ก็ทุกการกระทำล้วนส่งผลต่อราคาหุ้น กระแสสังคมจึงถูกควบคุมอย่างรอบคอบ
แม่ของฉินยู่เสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับแฟนเก่าของเขา หวานหลี่ค้นสื่อซุบซิบทุกประเภทจนทั่ว แม้แต่เว็บบอร์ดในมหาวิทยาลัยสมัยที่เขายังเป็นนักศึกษา ก็ยังไม่พบอะไรเลย
ดังนั้นจึงไม่มีต้นแบบให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง
เพิ่งก้าวเข้าห้องเรียน ก็มีนักศึกษาชายขี้สงสัยกระซิบขึ้นว่า “หวานหลี่มาห้องเราทำไม?”
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ต่างเงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องเธออย่างไม่ปิดบังความตื่นตะลึงในความงาม
น่าเสียดาย ฉินยู่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
หวานหลี่เดินไปหยุดข้างนักศึกษาชายที่เอ่ยถาม แล้วยิ้มกว้าง “ฉันคุยกับอาจารย์ไว้แล้ว เทอมนี้จะมาเรียนกับห้องนี้น่ะ”
คำพูดนี้ทั้งพูดกับเขา และเป็นการอธิบายให้คนทั้งห้องฟังด้วย
