บทที่ 3 นี่เนคไทของพี่เขยเธอเหรอ?
เธอสัมผัสได้ว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างของฮั่วหานชวนเกร็งขึ้นในทันที
เมิ่งซินอยู่ข้างนอก สำหรับฮั่วหานชวนแล้วก็คงเร้าใจไม่น้อย
“ท่านพี่หานชวน ตอนนี้คุณแข็ง... มากเลยนะคะ”
“เป็นเพราะพี่สาวฉันอยู่ข้างนอกหรือเปล่าคะ”
ฮั่วหานชวนอยากจะผลักเมิ่งม่อลี่ออกไป แต่ทันทีที่ขยับตัว เมิ่งม่อลี่ก็ตะโกนออกไปทางประตู
“พี่สาว ฉันอยู่ค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก”
ฮั่วหานชวนหันขวับมามองเธอ กดเสียงต่ำ “คุณบ้าไปแล้วเหรอ?”
เมิ่งม่อลี่ไม่ได้บ้าเสียหน่อย
ถึงจะอยากให้เมิ่งซินมาเห็นภาพนี้ตอนนี้มาก แต่เธอก็รู้ว่ายังไม่ถึงเวลา
เพราะเธอยังไม่ได้หัวใจของฮั่วหานชวนมาเลย
แค่ตั้งใจกระตุ้นฮั่วหานชวนเท่านั้น
แน่นอนว่ารวมถึงฉวยโอกาสหาเศษหาเลยจากเขาต่อไป
“ชู่ว”
เมิ่งม่อลี่ผลักฮั่วหานชวนให้ล้มลงแล้วขึ้นนั่งบนตัวเขา
“ถ้าท่านพี่หานชวนไม่อยากให้พี่สาวฉันเห็นคุณ ก็อย่าส่งเสียง อย่าขัดขืน”
“ทำตัวดี ๆ นะ”
เมิ่งม่อลี่ยื่นมือไปตบหน้าเบา ๆ ของฮั่วหานชวน “เงียบไว้นะ ถ้าให้พี่สาวฉันรู้เข้าล่ะก็ ไม่ดีแน่”
หน้าฮั่วหานชวนดำราวกับหมึก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแรง เห็นได้ชัดว่าโมโหถึงขีดสุด
ไม่เคยมีใครกล้าปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่ให้เกียรติเช่นนี้
ไม่เคยมีใครบีบบังคับเขาจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้มาก่อน
เมิ่งม่อลี่เป็นคนแรก
“พี่เข้าไปได้ไหม?” เมิ่งซินเอ่ยปากขึ้นที่หน้าประตู
“อึก... พี่ พี่เข้า เข้ามาเถอะค่ะ”
เมิ่งซินขมวดคิ้ว รู้สึกสงสัยในใจ
ทำไมลมหายใจของเมิ่งม่อลี่ถึงได้รวนเรนัก?
เสียงก็แหบพร่า
เมิ่งซินผลักประตูเข้ามา พอเห็นภาพอนาจารบนเตียงก็ชะงักไปทั้งตัว “ม่อลี่? เธอ เธอ...”
เมิ่งซินแทบคิดว่าตัวเองมองผิดไป
เธอกับเมิ่งม่อลี่เป็นพี่น้องกันมากว่ายี่สิบปี คิดว่าตัวเองรู้จักน้องสาวคนนี้ดีที่สุด
ขี้ขลาด เรียบร้อย อ่อนแอ ไม่สามารถปรากฏตัวในงานใหญ่โตได้ และไม่น่าจะทำอะไรสำเร็จ
พูดง่าย ๆ คือเป็นคนไร้ค่า
แต่วันนี้ คนไร้ค่าที่ขี้ขลาดราวกับหนูคนนี้ กลับพาผู้ชายมาที่บ้าน มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว แถมยังกล้าเรียกเธอให้เข้ามาดูสด ๆ ต่อหน้า
นี่เมิ่งม่อลี่กินยาผิดมาเหรอ?
“ม่อลี่ ลงจาก... เขาซะ ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย!”
เมิ่งซินพูดด้วยน้ำเสียงดุ “ออกมา! ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย!”
“พี่ พี่สาว อึก รอ รอเดี๋ยวนะคะ อีกประเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”
เมิ่งม่อลี่หันหน้ามาทางเมิ่งซิน พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า
เมิ่งซินจ้องเมิ่งม่อลี่อย่างเอาเรื่อง
และเพราะการมองเพียงแวบเดียวนี้เอง เมิ่งซินก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าน้องสาวที่อ่อนแอขี้ขลาดคนนี้ ช่างดูงดงามยั่วยวนบนเตียงอย่างถึงที่สุด
บั้นท้ายกลมกลึงเด้งรับ เอวกลับเล็กเพรียว หน้าแดงระเรื่อเปื้อนด้วยอารมณ์สวาท ขนตาหนางอนยาวสะบัดพริ้วราวกับปีกผีเสื้อไม่หยุดนิ่ง ช่างงามสะคราญตา
ภาพนี้ช่างแตกต่างกับตัวเธอที่ดูธรรมดาจืดชืดในยามปกติยิ่งนัก
เมิ่งซินเก็บกดความไม่พอใจไว้ “รีบออกมา! ถ้าไม่ออกมา ฉันจะเอาเรื่องวันนี้ไปบอกพ่อกับแม่”
“ก็ ก็ได้ค่ะ”
เมิ่งม่อลี่ลงจากเตียงด้วยสีหน้าเสียดาย ก่อนลงยังตั้งใจตบหน้าฮั่วหานชวนเบา ๆ อีกครั้ง
“ท่านพี่... อย่าเพิ่งรีบร้อน ฉันกลับมาเดี๋ยวนี้แหละ รอดี ๆ บนเตียงก่อนนะจ๊ะ”
โดนเธอปั้นเรื่องใส่ ฮั่วหานชวนสีหน้าเครียดขรึม ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ได้ยินเสียงบดเคี้ยวฟันกรามดังกรอด ๆ
ในที่สุดเมิ่งม่อลี่ก็ลงจากเตียง เมิ่งซินเองก็กำลังจะหันหลังออกไป
ใจที่บีบรัดของฮั่วหานชวน ตอนนี้ก็ได้ผ่อนคลายลง
“เดี๋ยวก่อน”
เมิ่งซินหยุดฝีเท้าลง “นี่อะไร?”
เธอก้มลงเก็บเนคไทบนพื้น มองเมิ่งม่อลี่อย่างสงสัย
“พี่สาว มีอะไรหรือคะ?”
เมิ่งม่อลี่มองเมิ่งซินอย่างไม่รู้เรื่อง แกล้งทำเป็นไม่รู้
“พี่เขยเธอก็มีเนคไทแบบนี้เส้นหนึ่ง”
สิ้นเสียงเมิ่งซิน บนเตียงหัวใจของฮั่วหานชวนก็กระตุกวูบ
เมิ่งม่อลี่ยิ้ม ยื่นมือไปรับเนคไทมา
“พี่ว่าอันนี้น่ะหรือคะ อันนี้ฉันซื้อเอง เห็นเนคไทของท่านพี่หานชวนสวยดีก็เลยไปซื้อแบบเดียวกัน เส้นหนึ่ง เพื่อเอามาให้... ท่านพี่ของฉันที่เพิ่งรู้จัก”
“ฉันยังมีประวัติซื้ออยู่นะ พี่สาวอยากดูไหมคะ?”
ว่าแล้วเมิ่งม่อลี่ก็จะเปิดมือถือ
“ไม่ต้อง” เมิ่งซินมองเมิ่งม่อลี่หนึ่งครั้ง “ออกมา!”
เธอคิดมากไปเอง
คนโง่คนนี้คงไม่มีความกล้าพอที่จะยั่วยวนฮั่วหานชวนหรอก
ถึงเมิ่งม่อลี่จะกล้ายั่วยวนฮั่วหานชวน คนอย่างฮั่วหานชวนก็ไม่มีทางมองเธอ และยิ่งไม่มีทางมีอะไรกับเธอ
ความเจ้าชู้ไม่เอาไหนของฮั่วหานชวน เมิ่งซินรู้ดีกว่าใคร
“พี่สาวเรียกฉันมีอะไรหรือคะ?”
เมิ่งม่อลี่ยืนพิงขอบประตู เธอใส่เพียงเสื้อคลุมยาวผ้าไหมสีเขียวมรกตตัวหนึ่ง ปล่อยผมยาวสยายข้างหู ผิวขาวดุจหยกอ่อน เผยสัดส่วนงดงาม
ก็ตอนนี้เองที่ทั้งสองเผชิญหน้ากัน เมิ่งซินจึงเห็นรอยพวกนั้นบนตัวเมิ่งม่อลี่อย่างชัดเจน
ผิวที่เคยขาวเนียนมีรอยนิ้วมือ รอยกัด รอยฝ่ามือ ถลอกปอกเปิก เขียว ๆ ม่วง ๆ เป็นวงกว้าง
พอมองก็รู้ว่าศึกครั้งนี้ของทั้งคู่ดุเดือดแค่ไหน
มือเมิ่งซินกำเข้ารูปเบา ๆ เธอกับฮั่วหานชวนหมั้นกันมาครึ่งปี ยังไม่เคยถึงขั้นมีอะไรกัน
“ผู้ชายบนเตียงเป็นใคร?”
“แฟนฉันไงคะ”
“คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่? เป็นคนตระกูลไหน?”
เมิ่งม่อลี่ยิ้ม “พี่ถามละเอียดจังเลย เดี๋ยวบางคนก็เครียดแย่สิคะ”
ประตูปิดไม่สนิท ฮั่วหานชวนข้างในห้องต้องได้ยินบทสนทนาทั้งหมดของพวกเธอแน่
ตอนนี้ฮั่วหานชวนคงกลัวว่าเธอจะพูดออกไป เพราะในสายตาของเขา เธอก็คือคนบ้าที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
“เธอเครียดอะไร พี่สาวไม่กินเธอหรอก ฉันแค่เป็นห่วง กลัวว่าเธอจะถูกคนหลอก”
เมิ่งม่อลี่ยิ้ม
“เพิ่งคบกันไม่นาน เขาไม่ได้เป็นคนในแวดวงเรา เป็นแค่หนุ่มขายบริการที่ขายตัวให้ผู้หญิง พอจ่ายเงินก็ขึ้นเตียงได้ พี่สาวจะลองดูบ้างไหมคะ?”
เมิ่งซินโล่งใจจนแทบมองไม่เห็น แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่เมิ่งม่อลี่ก็จับได้
เมิ่งซินเองก็คงกลัวว่าเธอจะพบผู้ชายที่มีฐานะดี
ต่อให้เมิ่งซินจะมีคู่หมั้นระดับสุดยอดอย่างฮั่วหานชวนอยู่แล้ว เธอก็ยังอยากจะกดเมิ่งม่อลี่ไว้
“ม่อลี่ เธอกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง?” เมิ่งซินกล่าวอย่างต่อว่า
เมิ่งม่อลี่เลิกคิ้ว “พี่สาว ฉันกลายเป็นยังไงหรือคะ?”
“ก่อนหน้านี้เธอว่านอนสอนง่ายมาตลอด ไม่เคยทำอะไรเหลวไหล แต่คืนนี้ดูตัวเองสิเป็นยังไง แต่งตัวแบบนี้ ยังจะพาผู้ชายสกปรกแบบนี้กลับบ้านอีก”
“เธอเป็นผู้หญิง ควรหวงแหนตัวเองที่สุด ถ้าเรื่องนี้มันแดงขึ้นมา ต่อไปเธอจะแต่งงานได้ยังไง? ชีวิตนี้ของเธอจะพัง”
“เธอทำให้พี่ผิดหวังมาก”
“ถ้าพ่อกับแม่รู้เข้า คงต้องโกรธจนตายแน่”
เมิ่งม่อลี่กำมือแน่นขึ้น
เมิ่งซินช่างเป็นคนที่บีบบังคับคนเก่งจริง ๆ
ข่มขู่เอาว่าชีวิตนี้จะพัง พ่อกับแม่จะตาย แล้วก็ขู่ทางอารมณ์ว่าตัวเองผิดหวังแค่ไหน
เมิ่งม่อลี่คนก่อน น้องสาวแท้ ๆ ของเธอ
ที่ผ่านมาสิบกว่าปี ก็คงถูกปฏิบัติแบบนี้มาตลอดสินะ?
ถูกเมิ่งซินกดดันไม่ให้ดีขึ้นมาอย่างลับ ๆ ทำให้ซึมเศร้า มีปัญหาทางจิต
เพราะคิดว่าตัวเองสู้พี่สาวไม่ได้ทุกทาง เพราะทนพ่อแม่ที่ลำเอียงไม่ไหว รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าจริง ๆ จึงได้กินยาฆ่าตัวตาย
เธอถึงได้เปลี่ยนจากหลินม่อ มาเป็นเมิ่งม่อลี่
“อย่างนั้นพี่สาวก็ไปบอกพ่อกับแม่สิคะ?”
เมิ่งม่อลี่กอดอก ไม่นำพา
“เธอว่าอะไรนะ?”
เมิ่งซินประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้เมิ่งม่อลี่ไม่เคยกล้าขัดขืนเธอ ยิ่งไม่กล้าพูดกับเธอแบบนี้
“ฉันว่า พี่ไปฟ้องพ่อกับแม่ได้เลย จะพูดยังไงก็พูด เพราะฉันไม่สนใจ”
เมิ่งซินตะลึงไป ราวกับเพิ่งรู้จักน้องสาวคนนี้เป็นครั้งแรก
แต่ไม่นานเมิ่งซินก็นึกได้ เรื่องคืนนี้ก็เป็นเรื่องดี
พ่อกับแม่ของเมิ่งแม้จะไม่เห็นเมิ่งม่อลี่อยู่ในสายตา แต่ยังไงก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ พวกเขาให้หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเมิ่งแก่เมิ่งซินแล้ว แต่ก็อยากให้เมิ่งม่อลี่ได้สามเปอร์เซ็นต์
คืนนี้ที่เมิ่งซินมา ก็เพื่อเกลี้ยกล่อมให้คนโง่คนนี้ยอมสละหุ้นเอง
เธอไม่อยากให้เมิ่งม่อลี่ได้แม้แต่นิดเดียว
แต่ตอนนี้ เธอสามารถเอาเรื่องของเมิ่งม่อลี่ไปบอกพ่อกับแม่ได้โดยตรง ให้เมิ่งม่อลี่ไม่ได้หุ้นไปเลย
“อย่างนั้นเธออย่ามาโทษพี่ที่ไปบอกพ่อกับแม่นะ พี่ก็เป็นห่วงเธอ กลัวว่าเธอจะเดินไปทางที่ผิด”