นางยั่วชั้นสูง ยั่วยวนเพื่อขึ้นแท่น

บทที่ 3 นี่เนคไทของพี่เขยเธอเหรอ?

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 3 นี่เนคไทของพี่เขยเธอเหรอ?

เธอสัมผัสได้ว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างของฮั่วหานชวนเกร็งขึ้นในทันที

เมิ่งซินอยู่ข้างนอก สำหรับฮั่วหานชวนแล้วก็คงเร้าใจไม่น้อย

“ท่านพี่หานชวน ตอนนี้คุณแข็ง... มากเลยนะคะ”

“เป็นเพราะพี่สาวฉันอยู่ข้างนอกหรือเปล่าคะ”

ฮั่วหานชวนอยากจะผลักเมิ่งม่อลี่ออกไป แต่ทันทีที่ขยับตัว เมิ่งม่อลี่ก็ตะโกนออกไปทางประตู

“พี่สาว ฉันอยู่ค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก”

ฮั่วหานชวนหันขวับมามองเธอ กดเสียงต่ำ “คุณบ้าไปแล้วเหรอ?”

เมิ่งม่อลี่ไม่ได้บ้าเสียหน่อย

ถึงจะอยากให้เมิ่งซินมาเห็นภาพนี้ตอนนี้มาก แต่เธอก็รู้ว่ายังไม่ถึงเวลา

เพราะเธอยังไม่ได้หัวใจของฮั่วหานชวนมาเลย

แค่ตั้งใจกระตุ้นฮั่วหานชวนเท่านั้น

แน่นอนว่ารวมถึงฉวยโอกาสหาเศษหาเลยจากเขาต่อไป

“ชู่ว”

เมิ่งม่อลี่ผลักฮั่วหานชวนให้ล้มลงแล้วขึ้นนั่งบนตัวเขา

“ถ้าท่านพี่หานชวนไม่อยากให้พี่สาวฉันเห็นคุณ ก็อย่าส่งเสียง อย่าขัดขืน”

“ทำตัวดี ๆ นะ”

เมิ่งม่อลี่ยื่นมือไปตบหน้าเบา ๆ ของฮั่วหานชวน “เงียบไว้นะ ถ้าให้พี่สาวฉันรู้เข้าล่ะก็ ไม่ดีแน่”

หน้าฮั่วหานชวนดำราวกับหมึก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแรง เห็นได้ชัดว่าโมโหถึงขีดสุด

ไม่เคยมีใครกล้าปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่ให้เกียรติเช่นนี้

ไม่เคยมีใครบีบบังคับเขาจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้มาก่อน

เมิ่งม่อลี่เป็นคนแรก

“พี่เข้าไปได้ไหม?” เมิ่งซินเอ่ยปากขึ้นที่หน้าประตู

“อึก... พี่ พี่เข้า เข้ามาเถอะค่ะ”

เมิ่งซินขมวดคิ้ว รู้สึกสงสัยในใจ

ทำไมลมหายใจของเมิ่งม่อลี่ถึงได้รวนเรนัก?

เสียงก็แหบพร่า

เมิ่งซินผลักประตูเข้ามา พอเห็นภาพอนาจารบนเตียงก็ชะงักไปทั้งตัว “ม่อลี่? เธอ เธอ...”

เมิ่งซินแทบคิดว่าตัวเองมองผิดไป

เธอกับเมิ่งม่อลี่เป็นพี่น้องกันมากว่ายี่สิบปี คิดว่าตัวเองรู้จักน้องสาวคนนี้ดีที่สุด

ขี้ขลาด เรียบร้อย อ่อนแอ ไม่สามารถปรากฏตัวในงานใหญ่โตได้ และไม่น่าจะทำอะไรสำเร็จ

พูดง่าย ๆ คือเป็นคนไร้ค่า

แต่วันนี้ คนไร้ค่าที่ขี้ขลาดราวกับหนูคนนี้ กลับพาผู้ชายมาที่บ้าน มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว แถมยังกล้าเรียกเธอให้เข้ามาดูสด ๆ ต่อหน้า

นี่เมิ่งม่อลี่กินยาผิดมาเหรอ?

“ม่อลี่ ลงจาก... เขาซะ ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย!”

เมิ่งซินพูดด้วยน้ำเสียงดุ “ออกมา! ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย!”

“พี่ พี่สาว อึก รอ รอเดี๋ยวนะคะ อีกประเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”

เมิ่งม่อลี่หันหน้ามาทางเมิ่งซิน พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า

เมิ่งซินจ้องเมิ่งม่อลี่อย่างเอาเรื่อง

และเพราะการมองเพียงแวบเดียวนี้เอง เมิ่งซินก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าน้องสาวที่อ่อนแอขี้ขลาดคนนี้ ช่างดูงดงามยั่วยวนบนเตียงอย่างถึงที่สุด

บั้นท้ายกลมกลึงเด้งรับ เอวกลับเล็กเพรียว หน้าแดงระเรื่อเปื้อนด้วยอารมณ์สวาท ขนตาหนางอนยาวสะบัดพริ้วราวกับปีกผีเสื้อไม่หยุดนิ่ง ช่างงามสะคราญตา

ภาพนี้ช่างแตกต่างกับตัวเธอที่ดูธรรมดาจืดชืดในยามปกติยิ่งนัก

เมิ่งซินเก็บกดความไม่พอใจไว้ “รีบออกมา! ถ้าไม่ออกมา ฉันจะเอาเรื่องวันนี้ไปบอกพ่อกับแม่”

“ก็ ก็ได้ค่ะ”

เมิ่งม่อลี่ลงจากเตียงด้วยสีหน้าเสียดาย ก่อนลงยังตั้งใจตบหน้าฮั่วหานชวนเบา ๆ อีกครั้ง

“ท่านพี่... อย่าเพิ่งรีบร้อน ฉันกลับมาเดี๋ยวนี้แหละ รอดี ๆ บนเตียงก่อนนะจ๊ะ”

โดนเธอปั้นเรื่องใส่ ฮั่วหานชวนสีหน้าเครียดขรึม ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ได้ยินเสียงบดเคี้ยวฟันกรามดังกรอด ๆ

ในที่สุดเมิ่งม่อลี่ก็ลงจากเตียง เมิ่งซินเองก็กำลังจะหันหลังออกไป

ใจที่บีบรัดของฮั่วหานชวน ตอนนี้ก็ได้ผ่อนคลายลง

“เดี๋ยวก่อน”

เมิ่งซินหยุดฝีเท้าลง “นี่อะไร?”

เธอก้มลงเก็บเนคไทบนพื้น มองเมิ่งม่อลี่อย่างสงสัย

“พี่สาว มีอะไรหรือคะ?”

เมิ่งม่อลี่มองเมิ่งซินอย่างไม่รู้เรื่อง แกล้งทำเป็นไม่รู้

“พี่เขยเธอก็มีเนคไทแบบนี้เส้นหนึ่ง”

สิ้นเสียงเมิ่งซิน บนเตียงหัวใจของฮั่วหานชวนก็กระตุกวูบ

เมิ่งม่อลี่ยิ้ม ยื่นมือไปรับเนคไทมา

“พี่ว่าอันนี้น่ะหรือคะ อันนี้ฉันซื้อเอง เห็นเนคไทของท่านพี่หานชวนสวยดีก็เลยไปซื้อแบบเดียวกัน เส้นหนึ่ง เพื่อเอามาให้... ท่านพี่ของฉันที่เพิ่งรู้จัก”

“ฉันยังมีประวัติซื้ออยู่นะ พี่สาวอยากดูไหมคะ?”

ว่าแล้วเมิ่งม่อลี่ก็จะเปิดมือถือ

“ไม่ต้อง” เมิ่งซินมองเมิ่งม่อลี่หนึ่งครั้ง “ออกมา!”

เธอคิดมากไปเอง

คนโง่คนนี้คงไม่มีความกล้าพอที่จะยั่วยวนฮั่วหานชวนหรอก

ถึงเมิ่งม่อลี่จะกล้ายั่วยวนฮั่วหานชวน คนอย่างฮั่วหานชวนก็ไม่มีทางมองเธอ และยิ่งไม่มีทางมีอะไรกับเธอ

ความเจ้าชู้ไม่เอาไหนของฮั่วหานชวน เมิ่งซินรู้ดีกว่าใคร

“พี่สาวเรียกฉันมีอะไรหรือคะ?”

เมิ่งม่อลี่ยืนพิงขอบประตู เธอใส่เพียงเสื้อคลุมยาวผ้าไหมสีเขียวมรกตตัวหนึ่ง ปล่อยผมยาวสยายข้างหู ผิวขาวดุจหยกอ่อน เผยสัดส่วนงดงาม

ก็ตอนนี้เองที่ทั้งสองเผชิญหน้ากัน เมิ่งซินจึงเห็นรอยพวกนั้นบนตัวเมิ่งม่อลี่อย่างชัดเจน

ผิวที่เคยขาวเนียนมีรอยนิ้วมือ รอยกัด รอยฝ่ามือ ถลอกปอกเปิก เขียว ๆ ม่วง ๆ เป็นวงกว้าง

พอมองก็รู้ว่าศึกครั้งนี้ของทั้งคู่ดุเดือดแค่ไหน

มือเมิ่งซินกำเข้ารูปเบา ๆ เธอกับฮั่วหานชวนหมั้นกันมาครึ่งปี ยังไม่เคยถึงขั้นมีอะไรกัน

“ผู้ชายบนเตียงเป็นใคร?”

“แฟนฉันไงคะ”

“คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่? เป็นคนตระกูลไหน?”

เมิ่งม่อลี่ยิ้ม “พี่ถามละเอียดจังเลย เดี๋ยวบางคนก็เครียดแย่สิคะ”

ประตูปิดไม่สนิท ฮั่วหานชวนข้างในห้องต้องได้ยินบทสนทนาทั้งหมดของพวกเธอแน่

ตอนนี้ฮั่วหานชวนคงกลัวว่าเธอจะพูดออกไป เพราะในสายตาของเขา เธอก็คือคนบ้าที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

“เธอเครียดอะไร พี่สาวไม่กินเธอหรอก ฉันแค่เป็นห่วง กลัวว่าเธอจะถูกคนหลอก”

เมิ่งม่อลี่ยิ้ม

“เพิ่งคบกันไม่นาน เขาไม่ได้เป็นคนในแวดวงเรา เป็นแค่หนุ่มขายบริการที่ขายตัวให้ผู้หญิง พอจ่ายเงินก็ขึ้นเตียงได้ พี่สาวจะลองดูบ้างไหมคะ?”

เมิ่งซินโล่งใจจนแทบมองไม่เห็น แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่เมิ่งม่อลี่ก็จับได้

เมิ่งซินเองก็คงกลัวว่าเธอจะพบผู้ชายที่มีฐานะดี

ต่อให้เมิ่งซินจะมีคู่หมั้นระดับสุดยอดอย่างฮั่วหานชวนอยู่แล้ว เธอก็ยังอยากจะกดเมิ่งม่อลี่ไว้

“ม่อลี่ เธอกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง?” เมิ่งซินกล่าวอย่างต่อว่า

เมิ่งม่อลี่เลิกคิ้ว “พี่สาว ฉันกลายเป็นยังไงหรือคะ?”

“ก่อนหน้านี้เธอว่านอนสอนง่ายมาตลอด ไม่เคยทำอะไรเหลวไหล แต่คืนนี้ดูตัวเองสิเป็นยังไง แต่งตัวแบบนี้ ยังจะพาผู้ชายสกปรกแบบนี้กลับบ้านอีก”

“เธอเป็นผู้หญิง ควรหวงแหนตัวเองที่สุด ถ้าเรื่องนี้มันแดงขึ้นมา ต่อไปเธอจะแต่งงานได้ยังไง? ชีวิตนี้ของเธอจะพัง”

“เธอทำให้พี่ผิดหวังมาก”

“ถ้าพ่อกับแม่รู้เข้า คงต้องโกรธจนตายแน่”

เมิ่งม่อลี่กำมือแน่นขึ้น

เมิ่งซินช่างเป็นคนที่บีบบังคับคนเก่งจริง ๆ

ข่มขู่เอาว่าชีวิตนี้จะพัง พ่อกับแม่จะตาย แล้วก็ขู่ทางอารมณ์ว่าตัวเองผิดหวังแค่ไหน

เมิ่งม่อลี่คนก่อน น้องสาวแท้ ๆ ของเธอ

ที่ผ่านมาสิบกว่าปี ก็คงถูกปฏิบัติแบบนี้มาตลอดสินะ?

ถูกเมิ่งซินกดดันไม่ให้ดีขึ้นมาอย่างลับ ๆ ทำให้ซึมเศร้า มีปัญหาทางจิต

เพราะคิดว่าตัวเองสู้พี่สาวไม่ได้ทุกทาง เพราะทนพ่อแม่ที่ลำเอียงไม่ไหว รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าจริง ๆ จึงได้กินยาฆ่าตัวตาย

เธอถึงได้เปลี่ยนจากหลินม่อ มาเป็นเมิ่งม่อลี่

“อย่างนั้นพี่สาวก็ไปบอกพ่อกับแม่สิคะ?”

เมิ่งม่อลี่กอดอก ไม่นำพา

“เธอว่าอะไรนะ?”

เมิ่งซินประหลาดใจ

ก่อนหน้านี้เมิ่งม่อลี่ไม่เคยกล้าขัดขืนเธอ ยิ่งไม่กล้าพูดกับเธอแบบนี้

“ฉันว่า พี่ไปฟ้องพ่อกับแม่ได้เลย จะพูดยังไงก็พูด เพราะฉันไม่สนใจ”

เมิ่งซินตะลึงไป ราวกับเพิ่งรู้จักน้องสาวคนนี้เป็นครั้งแรก

แต่ไม่นานเมิ่งซินก็นึกได้ เรื่องคืนนี้ก็เป็นเรื่องดี

พ่อกับแม่ของเมิ่งแม้จะไม่เห็นเมิ่งม่อลี่อยู่ในสายตา แต่ยังไงก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ พวกเขาให้หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเมิ่งแก่เมิ่งซินแล้ว แต่ก็อยากให้เมิ่งม่อลี่ได้สามเปอร์เซ็นต์

คืนนี้ที่เมิ่งซินมา ก็เพื่อเกลี้ยกล่อมให้คนโง่คนนี้ยอมสละหุ้นเอง

เธอไม่อยากให้เมิ่งม่อลี่ได้แม้แต่นิดเดียว

แต่ตอนนี้ เธอสามารถเอาเรื่องของเมิ่งม่อลี่ไปบอกพ่อกับแม่ได้โดยตรง ให้เมิ่งม่อลี่ไม่ได้หุ้นไปเลย

“อย่างนั้นเธออย่ามาโทษพี่ที่ไปบอกพ่อกับแม่นะ พี่ก็เป็นห่วงเธอ กลัวว่าเธอจะเดินไปทางที่ผิด”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com