พอชีวิตเริ่มวุ่นวาย วันเวลาก็ผ่านไปเร็ว เผลอแวบเดียวก็เข้าสู่ครึ่งหลังของปี 1987 แล้ว
ชานเมืองฝั่งตะวันตกของเมืองเอกประจำมณฑล สายลมพัดใบอู๋ถงสีเหลืองแห้งกรังให้หมุนคว้างอยู่บนถนนคอนกรีตกว้างใหญ่
โรงงานทอผ้าเก่าของรัฐที่ก่อนหน้านี้ถึงขั้นไม่มีเงินจ่ายค่าแรงคนงาน บัดนี้กลับเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง ป้ายใหญ่สีพื้นขาวตัวอักษรดำเคลือบทองแขวนอยู่หน้าประตู เขียนว่าโรงงานผลิตเสื้อผ้าหวายเนี่ยน
ผ่านไปกว่าครึ่งปี ซูเนี่ยนเหอนำเงินปันผลที่ได้จากเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมกับเงินทุนที่สะสมไว้ในโรงงานของตัวเอง ทุ่มเงินก้อนโตซื้อโรงงานเก่าของรัฐแห่งนี้มาทั้งหมด ทั้งที่ดินและเครื่องจักร
เสิ่นหวยบอกว่านี่เรียกว่าการควบรวมทุน
ห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงงานบนชั้นสองกว้างขวางและสว่างไสว พื้นปูด้วยไม้จื่อถานที่เพิ่งลงแว็กซ์ใหม่
ซูเนี่ยนเหอนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้จื่อถานตัวใหญ่
วันนี้เธอสวมเสื้อไหมพรมคอสูงรัดรูปสีเหลืองขิงกับกระโปรงยาวผ้าลูกฟูกสีน้ำตาลเข้ม ผมยาวรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง ใบหน้าขาวสะอาดระเรื่อด้วยสีเลือดฝาดอย่างคนสุขภาพดี
จูหยวนหยวนผลักประตูเดินเข้ามา ในมือถือไม้คิดเลข
“ผู้อำนวยการซู ห้างสรรพสินค้าประจำเมืองเอกเคลียร์ยอดค้างชำระเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงหมดแล้ว” จูหยวนหยวนวางใบแจ้งยอดลงบนโต๊ะ ก่อนดึงเก้าอี้มานั่ง “การซื้อโรงงานเก่าของรัฐแห่งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกจริง ๆ คนงานกว่า 400 คนทำงานกันไม่หยุด ตอนนี้ออร์เดอร์ทั่วทั้งมณฑลเราก็รับไหวหมด”
ซูเนี่ยนเหอรับใบแจ้งยอดมา นิ้วมือขยับลูกคิดอย่างคล่องแคล่วสองสามที เสียงลูกคิดกระทบกันดังแปะ ๆ กังวานไปทั่วห้อง
