คืนวันส่งท้ายปีเก่า ถนนหนทางทั่วเมืองเจียงซื่อประดับประดาโคมไฟและผ้าสีสันสดใส ทุกแห่งอบอวลไปด้วยกลิ่นดินปืนจากประทัด
รถเก๋งสีดำแล่นเข้าไปในบริเวณที่ทำการคณะกรรมการพรรคเทศบาลอย่างนุ่มนวล ก่อนจอดหน้าตึกเล็กหมายเลข 2
เสิ่นหวยเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินอ้อมไปฝั่งที่นั่งข้างคนขับเพื่อประคองซูเนี่ยนเหอลงมา
วันนี้เธอสวมเสื้อโค้ตผ้าขนสัตว์แคชเมียร์สีแดงสดตัวใหม่จากโรงงานของตัวเอง เน้นเอวคอดกิ่ว ปกเสื้อประดับขนสุนัขจิ้งจอกสีขาวราวหิมะ ยิ่งขับให้ใบหน้างดงามผุดผ่องเปล่งปลั่ง ดูมีชีวิตชีวาและเป็นมงคล
เสิ่นหวยสวมเสื้อไหมพรมคอสูงสีดำกับเสื้อโค้ตผ้าวูลตัวยาว ไหล่กว้างขายาว เขาเปิดท้ายรถแล้วหยิบถุงตาข่ายสองใบหนักอึ้งออกมา
ทั้งคู่เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูห้องนั่งเล่น บรรยากาศคึกคักภายในบ้านก็โถมเข้ามาทันที
“อ้าว เสี่ยวหวยกับเนี่ยนเหอกลับมาแล้ว!” หลิวฮุ่ยเจินเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาต้อนรับ ใบหน้ายิ้มแย้มจนแทบมีดอกไม้ผลิบาน เธอรับกระเป๋าถือจากมือซูเนี่ยนเหออย่างเป็นธรรมชาติ พลางถามไถ่ด้วยความห่วงใย “ข้างนอกหนาวไหม รีบเข้ามาอุ่นข้างในก่อน อาหารใกล้เสร็จแล้ว”
ท่าทีเช่นนี้ช่างต่างจากเมื่อหลายปีก่อนราวกับเป็นคนละคน
ซูเนี่ยนเหอยิ้มจนดวงตาหยีเป็นรูปเมล็ดซิ่ง แล้วทักทายแม่สามีอย่างสุภาพ
“อาเล็ก! อาสะใภ้เล็ก!”
ก้อนเนื้อกลมดิ๊กพุ่งออกมาจากหลังโซฟา ตรงเข้าหาขาเสิ่นหวย
เสิ่นผิงอันวัยห้าขวบได้รูปร่างหน้าตามาจากเสิ่นเทาเต็ม ๆ ตัวอ้วนจ้ำม่ำ แก้มยุ้ยห้อยย้อย ยามวิ่งเนื้อทั้งตัวก็สั่นกระเพื่อม
เขากอดขาเสิ่นหวยไว้แน่น เงยหน้ากลมอูมซื่อ ๆ ขึ้นมอง
“อาเล็ก ซื้อของอร่อยมาฝากผมหรือเปล่า” เสิ่นผิงอันพูดเสียงเด็กเล็ก น้ำลายแทบไหล ดวงตาจ้องถุงตาข่ายในมือเสิ่นหวยไม่วาง
เสิ่นหวยวางถุงตาข่ายลงบนโต๊ะชา ก่อนล้วงกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ห่ออย่างสวยงามจากกระเป๋าเสื้อโค้ต แล้วยื่นให้หลานชายตัวอ้วน
“รถบังคับวิทยุที่ซื้อมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ เอาไปเล่นสิ” เสิ่นหวยหยิบซองแดงหนา ๆ ออกมาอีกซอง แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อของเสิ่นผิงอัน “นี่เงินแต๊ะเอียจากอาสะใภ้เล็ก”
