บทที่ 28 ดื่มเหล้าดับทุกข์
เสิ่นหวยไม่ได้เดินเข้าไปในประตู แต่ก็ไม่ได้เดินไปไหนไกล เขาเพียงเข็นจักรยานไปจอดใต้ต้นมะขามฝั่งตรงข้ามถนน แล้วสวมเสื้อเชิ้ตกลับคืน แต่ติดกระดุมถึงแค่ช่วงอก
แสงไฟจากประตูหลังของหมู่บ้านทหารส่องมาไม่ถึงตรงนี้ เสียงร้องงิ้วจากวิทยุของป้อมยามดังขาด ๆ หาย ๆ ปนกับเสียงแมลงร้องในคืนฤดูร้อน ฟังแล้วชวนให้รู้สึกอึดอัดในอก
เขาควรกลับบ้านไปตั้งนานแล้ว
ซูเนี่ยนเหอเข้าไปข้างในแล้ว กระโปรงก็จัดให้เรียบร้อย ต่อให้หวังลี่ผิงอยากถาม ก็ถามเอาความอะไรจากเขาไม่ได้
แต่เสิ่นหวยยังยืนอยู่ในเงาต้นไม้ มือวางบนแฮนด์จักรยาน ความคิดกลับวนเวียนซ้ำไปซ้ำมากับประโยคที่เธอพูดในตรอก
“คุณไม่เข้าใจ”
เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร
เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้าพูดคำเหล่านี้ต่อหน้าเขา และไม่เคยมีใครทำให้เขาถึงกับหาคำโต้แย้งที่ฟังขึ้นไม่ได้ หลังจากได้ยินมัน
เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังมาจากประตูหลัง
เสิ่นหวยเงยหน้ามอง หลี่เหลียนฮวาสะพายกระเป๋าผ้าเดินผ่านซุ้มประตูเข้ามา เดินไปได้สองสามก้าวก็หันกลับไปโบกมือให้คนด้านนอก
“สหายหลี่ กลับดี ๆ นะ พรุ่งนี้มาทำงานอย่าสายล่ะ”
หลี่เถียจวินยืนอยู่ใต้ไฟถนน สวมเครื่องแบบแผนกรักษาความปลอดภัยอย่างเรียบร้อย ยิ้มจนเห็นฟันขาวเต็มปาก
“วางใจเถอะ ไม่สายหรอก แต่เธอนั่นแหละ เข้าประตูแล้วอย่าหกล้มล่ะ วันนี้เต้นรำเหยียบเท้าผมตั้งสามครั้ง ระหว่างทางก็ดูเท้าตัวเองให้ดี”
ใบหน้าหลี่เหลียนฮวาร้อนผ่าว แต่ปากไม่ยอมเสียเปรียบ “ท่าเต้นของคุณก็ไม่ได้เก่งอะไรนักหรอก เอาแต่พาฉันไปชนขาโต๊ะ ฉันไม่ถือสาคุณก็บุญแล้ว”
“ได้ ๆ ๆ ผมไม่เก่งเอง วันหลังจะเลี้ยงน้ำอัดลมขอโทษก็แล้วกัน”
“ใครอยากกินน้ำอัดลมของคุณกัน”
หลี่เหลียนฮวาพูดอย่างนั้น แต่ฝีเท้ากลับเบาสบายขึ้นไม่น้อย พอเข้าไปในประตูแล้วก็ยังยื่นตัวออกมาโบกมืออีกครั้ง ก่อนจะถูกคุณลุงยามยิ้มพลางเร่งให้กลับเข้าไป
หลี่เถียจวินยืนมองแผ่นหลังของเธอจนลับตา ตอนหันกลับมายังฮัมเพลงเต้นรำจากสโมสรอยู่ด้วย พอเดินมาถึงต้นมะขาม ก็เห็นเสิ่นหวยยืนจับจักรยานอยู่ในเงามืด
