“คุณเสิ่น จะกลับแล้วหรือครับ?”
ผู้จัดการของฝ่ายเจ้าภาพรีบเดินเข้ามาหา
“มีธุระส่วนตัวต้องจัดการ ขอตัวก่อน” เสิ่นหวยไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้า เขาจูงมืออีกฝ่ายตรงออกจากห้องจัดเลี้ยง
ทางเดินปูพรมผืนหนา
เสิ่นหวยผลักประตูห้องพักผ่อนว่าง ๆ ที่อยู่ข้างทาง ลากเธอเข้าไปแล้วปิดประตูลงกลอนจากด้านใน
ในห้องไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงแสงไฟถนนด้านนอกส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
ประตูเพิ่งปิด เสิ่นหวยก็ผลักเธอแนบกับบานประตูทันที
เขาก้มหน้าลงจูบริมฝีปากเธอ
ไม่ได้เจอกันตั้งครึ่งเดือน ความคิดถึงกับความปรารถนาจะครอบครองพลันปะทุขึ้นมาเต็มแรงในจูบนี้
ซูเนี่ยนเหอถูกจูบจนมึนงง มือยังถือเค้กชิ้นเล็กที่กินเหลือไว้อีกครึ่งหนึ่ง
“เค้กจะหล่นแล้ว...” เธอเบือนหน้าหนีได้อย่างยากลำบาก ก่อนจะหอบหายใจประท้วง
“หล่นก็หล่นไปสิ” เสียงของเสิ่นหวยแหบพร่าอย่างหนัก ฝ่ามือใหญ่ไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเอว ก่อนจะบีบสีข้างเธอแน่น
ซูเนี่ยนเหอคลายมือ เค้กจึงตกลงไปบนพื้น
เสิ่นหวยใช้แขนข้างเดียวโอบเอวคอดของเธอ แล้วยกตัวเธอขึ้นจนปลายเท้าลอยจากพื้น
เขาก้มลง ปลายจมูกเฉียดลำคอด้านข้างของเธอ ลมหายใจเริ่มหนักหน่วงขึ้น
กลิ่นผลไม้หอมหวานปนกับกลิ่นแชมเปญลอยเข้าจมูก
“เมื่อกี้กินอิ่มแล้วหรือ?” เสิ่นหวยรู้ดีว่าร่างกายของเธอเปลี่ยนแปลงอย่างไร เขาสัมผัสได้ว่าอุณหภูมิร่างกายเธอสูงขึ้นเรื่อย ๆ
“ยังไม่อิ่ม...” ร่างของซูเนี่ยนเหออ่อนระทวย สองมือทำได้เพียงเกาะไหล่กว้างของเขาไว้ “เพิ่งกินเค้กชิ้นเล็กไปชิ้นเดียวเอง”
“งั้นก็ดีเลย” เสิ่นหวยกอดเธอแน่นขึ้น แผงอกแข็งแรงแนบชิดกับร่างเธอ “เก็บท้องไว้ก่อน เดี๋ยวพาไปกินของอร่อย”
