เยียนชวนทิ้งโครงเหล็กในมือลงแล้ววิ่งพรวดลงบันไดไปทันที แต่สิ่งที่ซูเหยาโอคาดไม่ถึงก็คือ หูเสียวฉินกลับแสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างจริงใจ
“เธอ...ไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ไม่ต้องมายุ่ง ทำเป็นห่วงไปได้!”
เยียนจื่อเจี้ยนทำหน้าบึ้งตวาดใส่เธอ ก่อนจะวิ่งตามไป
วันรุ่งขึ้นหลังเลิกงาน ซูเหยาโอแวะไปเยี่ยมไต้ชิวหลาน แต่กลับพบว่าหูเสียวฉินที่ถูกหาว่า “ทำเป็นห่วง” ก็อยู่ที่นั่นด้วย เมื่อวานพอเยียนชวนไปปรากฏตัวในห้องผู้ป่วยรวม ทางโรงพยาบาลก็รีบจัดห้องเดี่ยวให้ไต้ชิวหลานใหม่ทันที เป็นห้องแบบเดียวกับของหลินชง เพียงแต่ตอนนี้ในห้องมีแค่เธอคนเดียว
การผ่าตัดไส้ติ่งไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ ตอนนี้ไต้ชิวหลานนั่งพิงหมอนได้แล้วและพูดคุยได้
นาน ๆ ทีคนทั้งครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้า เยียนชวนประคองตัวไต้ชิวหลาน พลางสอดหมอนไว้ด้านหลังให้ หูเสียวฉินถือถังซุปยืนอยู่อีกฝั่ง ส่วนสามพี่น้องตระกูลเยียนยืนอยู่ปลายเตียง จ้องหูเสียวฉินเขม็ง สีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีรอยยิ้มสักนิด
ซูเหยาโอก็ถือถังมาด้วย เธอคิดว่าในบ้านตระกูลเยียน นอกจากไต้ชิวหลานแล้วคงไม่มีใครทำอาหารเป็น จึงตั้งใจเอาซุปมาให้หนึ่งถัง พอเห็นซูเหยาโอ สีหน้าของสามพี่น้องตระกูลเยียนก็เปลี่ยนไปทันที
เยียนจื่อเจี้ยนรีบวิ่งกระตือรือร้นเข้ามาหา
“พี่ซูเหยาโอ นี่เอามาให้แม่ผมเหรอครับ”
ซูเหยาโอพยักหน้า วินาทีถัดมาเยียนจื่อเจี้ยนก็รับถังในมือเธอไป แล้วหันหลังวิ่งไปข้างเตียงไต้ชิวหลาน เบียดหูเสียวฉินออกไป
“แม่ครับ พี่ซูเหยาโอเอาของกินมาให้แม่”
“ขนมไหว้พระจันทร์ที่พี่ซูเหยาโอทำคราวก่อนอร่อยขนาดนั้น ฝีมือทำอาหารต้องดีมากแน่ ๆ!”
