“ไม่ใช่มั้ง จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้?”
พ่อของจ้าวจว้งถามอย่างระมัดระวัง
ลูกชายของเขาร่างกายกำยำ แรงก็เยอะ แถมยังอายุมากที่สุดในบรรดาเด็ก ๆ พอถูกหัวหน้ากองผลิตพูดเช่นนี้เข้า เขาก็ใจหายวาบ
“เด็กคนหนึ่งเลือดไหลโซกจากมือ อีกคนหน้าช้ำตาบวม ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบาดเจ็บภายในหรือเปล่า พวกคุณคิดว่าถ้าสู้กันต่อไปจะไม่เกิดเรื่องหรือไง?”
ซูจงฮวาถลึงตามองเขา
“กลับไปอบรมลูกให้ดี ให้พวกเขารู้จักคิดบ้าง อย่าทำผิดโดยไม่รู้ตัวจนพาคนทั้งบ้านเดือดร้อน!”
ซูจงฮวาทำเหมือนลงโทษหนัก แต่เอาเข้าจริงกลับผ่อนปรน ดุด่าพวกเขายกใหญ่แล้วก็ปล่อยให้กลับไป
จะให้พวกเขาไปขอโทษตระกูลเสิ่นนั้นเป็นไปไม่ได้ เผลอ ๆ ยังจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งบานปลาย เรื่องนี้ตระกูลเสิ่นคงต้องกล้ำกลืนฝืนทนไป
ซูจงฮวากลับไปนั่งสูบกล้องยาบนธรณีประตู แล้วเล่าเรื่องการจัดการต่อจากนี้ให้ชุยซีเฟิงกับซูเหยาฟัง
ชุยซีเฟิงพยักหน้า
“ก็ทำได้แค่นี้แหละ ให้พวกเขากลับไปขัดเกลาไอ้เด็กแสบพวกนั้นเสียหน่อย จะได้ไม่ไปหาเรื่องเด็กบ้านตระกูลเสิ่นอีก”
จากนั้นก็ถอนหายใจ
“เฮ้อ เด็ก ๆ ก็น่าสงสารเหมือนกัน”
ซูจงฮวาเคาะกล้องยากับธรณีประตู พลางเตือนว่า
“คำพูดแบบนี้อย่าเอาไปพูดข้างนอกล่ะ”
“รู้แล้ว ฉันไม่ได้โง่สักหน่อย”
ซูเหยาฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา จึงอดไม่ได้ที่จะกอดเซินหวยหยวี่แน่นขึ้นอีกนิด
ชาติก่อน หากเขาไม่ได้พบคนใจดีอย่างซูจงฮวา แล้วเขาเติบโตอยู่ในชนบทจนถึงอายุสิบขวบได้อย่างไร?
เซินเจียงไห่กับฉินซูตายไปแล้ว เซินจ้งเยว่ก็ขาหัก เขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง จะมีชีวิตดีได้แค่ไหนกัน? จะถูกหวยอี้กับหวยเจิงรังแกหนักกว่าตอนนี้หรือเปล่า?
