“พี่... อู๋เจาตีหาว่าพี่เป็นคนกินข้าวฟรี พี่ไม่โกรธเหรอ”
ซูเยว่หมานวางแขนทั้งสองข้างพิงโต๊ะ ใช้มือทั้งสองข้างเท้าคาง มองซูเหยาโอด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
“จะโกรธไปทำไมล่ะ เธอไม่กล้าพูดต่อหน้าฉันสักหน่อย”
ซูเหยาโอไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย พลางขยิบตาให้ซูเยว่หมาน
“อีกอย่าง เธอลองดูสิ ตอนกินข้าวอู๋เจาตีเอาแต่จ้องฉัน แบบนี้กระทบฉันมากกว่า หรือกระทบตัวเธอเองมากกว่ากัน”
เด็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมา
“วันนี้ตอนกินมื้อกลางวัน เธอโดนย่ากับแม่ดุตั้งหลายครั้ง ปกติกินข้าวสองชาม วันนี้กินได้แค่ชามเดียว ไม่มีใครมาแย่งกับข้าวกับฉันเลย”
ซูเหยาโอยิ้ม ผู้หญิงที่ทำได้แค่แอบถลึงตาใส่เธอ แล้วเหน็บแนมคนอื่นอ้อม ๆ แบบนั้น เธอจะเสียอารมณ์ไปโกรธทำไม
ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้เธอโกรธได้ ก่อนหน้านี้ตอนโดนพวกเกรียนตัดต่อคลิปล้อเลียน แล้วเข้ามาด่ากันถึงหน้าในห้องไลฟ์ เธอคงโมโหจนตายไปแล้ว
ซูเยว่หมานยังอยากพูดอะไรต่อ ซูเหยาโอก็ชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือ
“เกือบบ่ายโมงห้าสิบแล้วนะ เยว่เยว่ ถ้ายังไม่ไป เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก”
ซูเยว่หมานร้อง “อ๊ะ!” แล้วลุกพรวดออกไปทันที
ซูเหยาโอถอนหายใจออกมา น้องสาวคนนี้ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือพูดเก่งชะมัด ไม่รู้ปากเล็ก ๆ นั่นโตมาได้ยังไง พูดเก่งยิ่งกว่าเธอที่เป็นสตรีมเมอร์เสียอีก
อู๋เจาตีกลับบ้านพ่อแม่ด้วยความโมโห ถึงอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ยังไม่ลืมยัดของดี ๆ ในบ้านใส่ห่อ กลับไปฝากน้องชายสุดที่รัก
“ซุนกุ้ยฮวา ลูกสาวบ้านเธอกลับมาแล้ว”
