“ยังเจ็บอยู่ไหม?”
เมื่อไม่ได้รับคำตอบอยู่นาน ซูเหยาโอก็ขมวดคิ้วถามซ้ำอีกครั้ง
แย่แล้ว คงไม่ได้ตาบอดไปแล้วหรอกนะ?
ไม่น่าใช่สิ ที่ใช้ก็แค่พริกไทยป่นผสมวาซาบินิดเดียวเอง
เซินจ้งเยว่หลุบตาลง “เจ็บ”
ให้ตายสิ!
ซูเหยาโอลอบด่าในใจ พลางยกมือเกาศีรษะ “ฉันพานายไปหาหมอที่อำเภอนะ”
ต้องไปหาหมอโจว!
“ไม่ไปอำเภอ!”
เซินจ้งเยว่คว้าแขนเธอไว้ทันที “ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องไปอำเภอ”
แค่จะมาเจอเธอ เขายังกล้ามาตอนกลางคืนที่ไม่มีใครอยู่ แล้วจะให้ไปอำเภอกับเธอได้อย่างไร?
“ไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ?”
ซูเหยาโอลังเลอยู่บ้าง ถ้าตาบอดจริง เธอก็คงรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่สาเหตุหลักก็เป็นเพราะเขา ใครใช้ให้ปีนกำแพงมาตอนกลางดึกล่ะ!
“ไม่เป็นไร เธอช่วยเป่าให้อีกหน่อย เป่าแล้วก็หายเอง”
เซินจ้งเยว่ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข
เธอกำลังเป็นห่วงเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นห่วงเขาเลยนะ
ซูเหยาโอ “...ไสหัวไป”
สุดท้ายเธอก็ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบดวงตาแทนการเป่า
เซินหวยหยวี่หลับสนิท ส่วนซูหมิงซานที่อยู่ห้องข้าง ๆ ก็หลับเหมือนหมูตาย เสียงความเคลื่อนไหวในลานบ้านไม่ทำให้เสียงกรนของเขาขาดห้วงแม้แต่น้อย
“พวกคุณอยู่ที่ทีมผลิตซวงจวังกันหมดเลยเหรอ? แล้วครอบครัวพี่ชายล่ะ?”
“ทำไมถึงออกจากเมืองหลวงล่ะ? ช่วงนี้หัวหน้ากองผลิตให้คนมาช่วยซ่อมบ้าน เธอจะอยู่ที่นี่นานไหม?”
เมื่อทั้งคู่นั่งลงเรียบร้อย ต่างก็เอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกัน
“อืม อยู่ที่นี่กันหมด ครอบครัวพี่ชายก็อยู่ด้วย”
“มาช่วยโรงงานผลิตอาหารในท้องถิ่น เช่าบ้านอยู่ในอำเภอ คงไม่ได้อยู่ที่นี่นาน”
