"จะหย่าก็ได้ ลูกแกเอาไปเลี้ยงเอง"
ชายตรงหน้าใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลา ดวงตาเป็นประกาย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางขยับเอ่ยคำพูดที่ซูเหยาโอฟังไม่เข้าใจ
"ลูก? ลูกอะไร? ลูกของใคร?"
หล่อนไม่ได้...ถูกแทงหรอกหรือ?
ซูเหยาโอยังมึนงงไปหมด
หลังงานเลี้ยงจบ หลิวเซิ่งก็ถูกไล่ออกในไม่ช้า เกาซิ่วไม่รู้ไปสืบมาจากไหนว่าหล่อนพักอยู่ที่ไหน พาพวกพ้องตระกูลหลิวเป็นโขยงมาหาเรื่อง หลิวเซิ่งอารมณ์พลุ่งพล่าน ระหว่างผลักไสกัน เขาคว้าของมีคมที่วางอยู่ตรงโถงทางเข้าแทงเข้าที่หน้าท้องของหล่อน
คำถามที่หล่อนเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิดทำให้เซินจ้งเยว่ขมวดคิ้ว เขากัดฟันแน่น น้ำเสียงเย็นเยียบ:
"ลูกของแก ไอ้ลูกที่แกคลอดออกมาจากท้องไง"
"แกจะใจร้ายปล่อยให้มันตามเราไปกรังเกรดอยู่ที่ชนบทจริงๆ หรอ?"
เซินจ้งเยว่ใช้แรงทั้งหมดที่มีกดความสั่นในลำคอ ทำให้เสียงของตัวเองแข็งกระด้าง
"ไม่เอามันไปก็ได้ แต่แกต้องลงชนบทไปด้วยกัน!"
ซูเหยาโอเบิกตากว้างจ้องมองพ่อลูกคู่ตรงหน้า คนโตอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ คนเล็กตัวนุ่มนิ่มถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขน แล้วก็รีบดึงเสื้อผ้าขึ้นดู ที่หน้าท้องไม่มีบาดแผลแม้แต่นิดเดียว
เรื่องนี้ทำให้หล่อนมั่นใจได้เลยว่า ที่นี่ไม่ใช่โลกความจริงแน่นอน!
"บ้าเอ๊ย ฝันบ้าๆ อะไรเนี่ย ขอกลับไปได้แล้ว"
"เพิ่งจะหาเงินได้ตั้งหลายสิบล้าน ฝันอะไรไม่ฝัน มาเป็นแม่เลี้ยงลูกคนในฝันเนี่ย"
"หรือว่าหนุ่มๆ เซอร์ๆ ดูไม่พอ หรือว่าเข้าเว็บผู้ใหญ่บ่อยไป?"
"ใครจะไปอยากเลี้ยงเด็ก ตัวเองนี่แหละเพิ่งจะเลี้ยงตัวเองรอด"
"ขอกลับไปเถอะ ไม่ได้แค่ถูกแทงเป็นรูเดียวเองนะ ฉันยังช่วยได้ทัน!"
ซูเหยาโอพึมพำไม่หยุด จนกระทั่งไปเจอกรรไกรตัดผ้าสไตล์โบราณสุดๆ ข้างจักรเย็บผ้าเข้าตา ก็รีบพุ่งเข้าไปคว้ามันทันที
สองมือจับด้ามกรรไกรแน่น แววตาอาฆาต เตรียมจะแทงเข้าที่หน้าอกตัวเอง
ถึงแม้ในโลกความจริงซูเหยาโอจะเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมายก็เถอะ แต่นี่มันในฝันไม่ใช่หรือไง?
"ซูเหยาโอ!!"
เซินจ้งเยว่ตกใจจนตาประหลาด รีบอุ้มลูกก้าวเข้าไป เตะกรรไกรที่ซูเหยาโอถืออยู่หลุดมือทันที
ซูเหยาโอกรีดร้องด้วยความเจ็บ แล้วก็หดตัวลงเป็นก้อน
เจ็บมือ เจ็บคางที่ถูกกรรไกรบาดด้วย
ให้ตายสิ เจ็บขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่ตื่นอีกเนี่ย?
"จ้งเยว่ เหยาเหยา เป็นอะไรไป?"
วินาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกกระแทกเปิด มีคนเป็นกลุ่มวิ่งเข้ามา
"จ้งเยว่ เ-เธอ...เธอทำอะไรเหยาเหยา?"
"เหยาเหยายังเด็ก จะว่าอะไรก็ค่อยๆ พูดกันได้นี่นา"
แม่สามีฉินซู่หน้าตาตื่นตะลึง ยืนนิ่งอยู่กับที่
"เซินจ้งเยว่!"
พ่อสามีเซินเจียงไห่หน้านิ่วคิ้วขมวด ตะโกนลั่น เสียงดังจนเด็กในอ้อมแขนเซินจ้งเยว่สะดุ้ง ร้องไห้โฮออกมาทันที
"เฮ้ย! นี่แกทำอะไรเนี่ย ทำเด็กตกใจหมด!"
ฉินซู่ทั้งอยากจะไปพยุงซูเหยาโอ ทั้งอยากจะไปปลอบหลานชาย
"อุ๊ย! เหยาเหยาคางเลือดออกแล้ว จ้งเหิง รีบไปเอาผงห้ามเลือดกับพลาสเตอร์ที่ห้องนั่งเล่นขึ้นมาหน่อยสิ"
พี่สะใภ้ซูจื้อหยุนรีบร้อนจนตัวสั่งให้สามีลงไปเอาของมาให้ สองเด็กวัยแปดเก้าขวบยืนอยู่หน้าประตู มือไม้อันไม้เท้าไม่ถูก
เซินจ้งเยว่ปล่อยให้แม่ของตัวเองอุ้มลูกชายไป ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น หน้าซีดเผือด ยังตกใจไม่หาย
ซูเหยาโอ...เกลียดเขาและเกลียดลูกขนาดนั้นเลยจริงๆ ถึงกับยอมตายดีกว่าไม่ยอมพาลูกไป แล้วตอนแรกมันไม่ใช่หล่อนเองหรอกหรือที่เข้ามาหาเรื่องเขา!
ชั่วขณะหนึ่ง ในห้องเล็กๆ ก็วุ่นวายไปหมด
สามนาทีต่อมา บาดแผลเล็กๆ ที่คางของซูเหยาโอก็ได้รับการทำแผลเรียบร้อย แต่เด็กในอ้อมแขนของฉินซู่ที่ถูกทุกคนในห้องช่วยกันปลอบแล้วก็ยังคงร้องไห้ดิ้นไม่หยุด
ทำเอาฉินซู่กังวลจนเหงื่อแตก พลางค่อยๆ เดินมาหาซูเหยาโอ
"เหยาเหยาเอ๊ย ลูกรักแม่ แม่ช่วยอุ้มปลอบหน่อยสิ เดี๋ยวร้องไห้มากๆ กลางคืนจะเป็นไข้เอานะ"
ซูเหยาโอมองเด็กที่ร้องไห้ไม่หยุดตรงหน้า ขมวดคิ้วเข้าหากัน
ฉินซู่ถอนหายใจ รู้ดีว่าลูกสะใภ้คนนี้ไม่เคยชอบเด็กคนนี้มาตั้งแต่แรก ตั้งแต่คลอดออกมา ไม่ต้องพูดถึงการให้นมเลย แค่จะอุ้มยังไม่เคยอุ้มเลยด้วยซ้ำ
ซูจื้อหยุนที่อยู่ข้างๆ กดริมฝีปากแน่น หล่อนไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่คนหนึ่งถึงได้ใจร้ายกับลูกของตัวเองขนาดนี้
"แม่ ผมอุ้มเอง"
เซินจ้งเยว่เพิ่งจะเอ่ยขึ้น ก็เห็นซูเหยาโอยื่นแขนออกมา
ฉินซู่ดีใจขึ้นมาทันที รีบวางหลานลงในอ้อมแขนของหล่อน
ซูเหยาโอยกแขนทั้งสองข้างแข็งทื่อ ประคองเด็กเอาไว้ ตัวแข็งไปหมด ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว
ซวยแล้วหละ เด็กดันดิ้นขึ้นมาอีก ทำเอาซูเหยาโอยิ่งตัวเกร็งเข้าไปใหญ่
เจ้านี่...มันขยับได้ด้วย!
แปลกจริงๆ ตั้งแต่เด็กถูกวางมาอยู่บนมือซูเหยาโอ เสียงร้องก็เบาลงทันที
"เหยาเหยา ต้องอุ้มแบบนี้นะ"
ฉินซู่ช่วยจัดท่าให้ ให้เด็กแนบชิดกับตัวของซูเหยาโอ
"ใช่ แบบนี้แหละ"
ในความฝันก็เป็นฤดูร้อน ก้อนเนื้ออุ่นๆ แนบอยู่ในอ้อมกอด ยังขยับดิ้นเข้าหาหน้าอกของหล่อนเองด้วยซ้ำ
ซูเหยาโอรีบดีดตัวเหมือนสปริงที่ถูกกด "แผล็บ" เหยียดแขนทั้งสองข้างออกไปข้างหน้าอีกครั้ง
หน้านิ่งเรียบเฉยเอ่ย:
"เอานี่ไป เดี๋ยวมันก็หยุดร้องเอง"
เซินจ้งเยว่รับเด็กมาอุ้ม ลูบหลังปลอบให้หลับเบาๆ
"แม่ พวกพี่ๆ ออกไปก่อนเถอะ ผมขอคุยกับซูเหยาโอสักหน่อย"
ฉินซู่ไม่ค่อยวางใจนัก หันไปมองซูเหยาโอ เห็นหล่อนไม่ได้ขัดข้อง ก็หันไปกำชับเซินจ้งเยว่:
"จ้งเยว่ คุยกันดีๆ นะ อย่าลงไม้ลงมือกันอีกเด็ดขาด"
ฉินจ้งเหิงตบบ่าน้องชายเบาๆ แล้วโอบไหล่ภรรยาเดินออกไป
เซินเจียงไห่ออกเป็นคนสุดท้าย ก่อนออกจากห้องยังหันไปถลึงตาใส่น้องชายคนเล็กอย่างแรง
ประตูปิดลงอีกครั้ง กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัว
"ซูเหยาโอ เรา..."
"เดี๋ยวก่อน ให้ฉันตั้งสติก่อน"
ซูเหยาโอพูดแทรกขึ้นมา ตอนนี้สมองของหล่อนยังมั่วไปหมด
เซินจ้งเยว่ เซินจ้งเหิง นี่มันไม่ใช่ชื่อสามีเก่าและพี่ชายสามีเก่าของยายแก่ในฝันหรอกหรือ?
นี่หล่อน...ฝันเห็นยายแก่ตอนสาวๆ งั้นเหรอ?
ตอนก่อนจะหย่ากัน?
แล้วความฝันนี้จะตื่นยังไง?
ความเจ็บปวด...ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผล
ถ้าเป็นปกติ ซูเหยาโอจะไม่ตื่นตระหนก แค่ฝันเอง หล่อนมั่นใจว่าต้องตื่นแน่ๆ แต่ครั้งนี้มันพิเศษ หล่อนต้องตื่นขึ้นมาเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่เป็นอะไร
"ซูเหยาโอ การหนีปัญหาไม่ช่วยแก้ไขอะไร หวายวี่เพิ่งจะสองเดือน ถ้าเราพามันลงไปอยู่โรงเรือนวัว มันก็เท่ากับพามันไปตาย"
"ซูเหยาโอ ต่อให้แกจะไม่ชอบมันแค่ไหน มันก็คือลูกที่แกคลอดออกมาด้วยความยากลำบาก แกจะใจร้ายได้ลงคอจริงๆ หรอ?"
"เงินและบัตรต่างๆ ในบ้านฉันยกให้แกหมด แกเลี้ยงมันให้ดีจนถึงห้าขวบ แค่เลี้ยงถึงห้าขวบ ตอนนั้นถ้าแกไม่เอามันแล้ว ก็ส่งมันกลับมาที่ตระกูลเซินได้"
เด็กอายุห้าขวบ ก็นับว่าพอจะยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแล้ว ตอนนั้นไม่ว่าตระกูลเซินจะอยู่ที่ชนบทหรือกลับมาที่เมืองหลวงแล้ว เขาหักปากกัดฟันประหยัดข้าวสักมื้อ ก็พอจะเลี้ยงมันให้รอดได้
ถ้าตอนนี้ซูเหยาโอกำลังท้อง เขายอมให้หล่อนไปทำแท้งด้วยซ้ำ ความเดือดร้อนของตระกูลเซิน จะให้แม่ลูกคู่นี้มาแบกรับไว้ได้อย่างไร แต่เด็กคลอดออกมาแล้วนะ ชีวิตหนึ่งที่ยังหายใจอยู่!
โอ้ ใช่ ตระกูลเซินต้องถูกส่งลงโรงเรือนวัวกันทั้งบ้าน
ไม่ต้องพูดถึงเจ้าของร่างเดิมเลย ถึงจะเป็นหล่อนเอง ก็ต้องหย่าแน่นอน
โรงเรือนวัวน่ะที่ไหน ที่สภาพย่ำแย่ ลมโกรกทุกทิศทุกทาง ที่สำคัญที่สุด คนที่ถูกส่งลงไป จะต้องถูกอบรมทางความคิด ดีหน่อยก็ได้ห้องแยกให้ ไม่ดีก็โดนลากไปไว้ที่ลานตากข้าวของหมู่บ้าน ให้คนดูเหมือนดูตัวตลก
แบบนั้น ต่อให้เป็นซูเหยาโอที่เคยผ่านยุคโกลาหลทางอินเทอร์เน็ตมาก็ยังรับไม่ไหว
ตอนนี้อะไรกัน "ซูเหยาโอ" ปีที่หย่ากันนี้ น่าจะเป็นปี 68
