เสินอวิ๋นยวนถูกความร้อนปลุกให้ตื่น
ภายในห้องยามดึกมืดสลัว นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเล็กน้อย ทว่าร่างเงาดำที่แผ่ไอร้อนตรงหน้ากลับกินพื้นที่ในสายตาของนางไปเกือบทั้งหมด
นางใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะคุ้นชินกับความมืด พอก้มหน้าลงก็เห็นชายหนุ่มที่กำลังกอดเอวนางแน่นไม่ยอมปล่อย หลับสนิทอยู่จริง ๆ
เสินอวิ๋นยวนมองใบหน้าที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมของเขา หากนางจำไม่ผิด เขาน่าจะนอนอยู่ห้องข้าง ๆ มิใช่หรือ
“ข้าก็ไม่ได้หนีไปไหนเสียหน่อย เหตุใดยังเกาะติดไม่เลิก”
เสินอวิ๋นยวนจิ้มแก้มเขา พลางลดเสียงกระซิบ
เซี่ยเจาที่ถูกนางจิ้มแก้มไม่ลืมตา เพียงครางงึมงำสองสามครั้ง ก่อนจะกอดนางแน่นขึ้นกว่าเดิม
เขาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดนาง ราวกับรู้ดีว่าทันทีที่ลืมตาขึ้น นางจะไล่เขาไป
เมื่ออยู่ในโลกบำเพ็ญ เสินอวิ๋นยวนก็จนปัญญากับเซี่ยเจาที่เกาะติดนางตลอดทั้งวันอยู่แล้ว บัดนี้ก็เช่นเดียวกัน
เซี่ยเจารออยู่ครู่หนึ่ง แต่สิ่งที่รอคอยมิใช่คำไล่จากเสินอวิ๋นยวน หากเป็นเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของนาง
เซี่ยเจาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองใบหน้ายามหลับที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม สายตาไล้ผ่านคิ้วตา สันจมูก จนถึงริมฝีปาก ก่อนจะหยุดลงที่ลำคอขาวผ่อง
รอยจูบสีแดงเด่นบนลำคอขาวผ่องในยามนี้ ราวกับดอกเหมยแดงที่ผลิบานกลางหิมะน้ำแข็ง ยิ่งมองก็ยิ่งสะดุดตา
ในชั่วขณะนั้นเอง ความสุขที่ยากจะบรรยายเอ่อท้นเต็มอก แม้แต่มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเปี่ยมสุข
