“ข้ามองหน้าฆาตกรตัวจริงที่ทำร้ายผู้คนไม่ชัด แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้ารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก”
อาหยกแปลงกลับเป็นร่างจิ้งจอก ขนฟูทั้งตัวแนบศีรษะลงกับหัวเข่าของชายหนุ่ม ก่อนเอ่ยขึ้นช้า ๆ ว่า “วันนั้นข้าเห็นกับตาว่ามันดูดกลืนอายุขัยของคุณชาย แต่ที่ประหลาดคือ ข้ากลับสัมผัสกลิ่นอายปีศาจจากตัวมันไม่ได้แม้แต่น้อย”
ดูดกลืนอายุขัย แต่กลับสัมผัสกลิ่นอายปีศาจไม่ได้เลย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสินอวิ๋นยวนก็หรี่ตาลง หากฆาตกรตัวจริงเป็นปีศาจและสามารถซ่อนกลิ่นอายปีศาจของตนได้ เช่นนั้นย่อมต้องเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งและรับมือได้ยาก
แต่หากมันไม่ใช่ปีศาจ ทั้งยังดูดกลืนอายุขัยของมนุษย์ วิชานอกรีตเช่นนี้ก็มีความเป็นไปได้อยู่เพียงอย่างเดียว
“ก๊อก ๆ—”
ขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิด จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากทางเข้า
บ่าวรับใช้คนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า “คุณชาย ท่านหมอสวี่รอท่านอยู่ในห้องแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิงหลี่เจ๋อก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนกล่าวกับทุกคนว่า “แค่ก ๆ ข้ายังมีธุระ ขอจากไปก่อน เรื่องจับกุมฆาตกรตัวจริงคงต้องฝากเหล่าท่านนักพรตแล้ว”
เนี่ยเซ่าเหยียนกล่าวว่า “คุณชายเฟิงวางใจเถิด พวกเราจะจับกุมฆาตกรตัวจริงให้ได้อย่างเต็มกำลัง”
เฟิงหลี่เจ๋อยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้า ขณะที่กำลังจะจากไป เสินอวิ๋นยวนก็สาวเท้าเข้ามาหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยว่า “ไม่ทราบว่าคุณชายเฟิงจะอนุญาตให้ข้าไปดูที่เรือนของท่านได้หรือไม่ เผื่อมีเบาะแสหลงเหลืออยู่”
