เพราะเข้าใจผิดคิดว่าจิ้งจอกปีศาจตนนั้นเป็นตัวการที่ก่อเหตุทำร้ายผู้คนในเมือง จนทำให้นางบาดเจ็บสาหัส ผู้ดูแลเมืองเฟิงคงรู้สึกผิดอยู่ในใจ จึงสั่งให้คนนำจิ้งจอกปีศาจไปพักรักษาตัวที่จวนของตน
ยามนี้ ภายในห้องรับรองของจวน เจ้าเสวียนซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของเสินอวิ๋นยวนพอเข้ามาในห้อง ก็เห็นเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเตียง ดวงตาพลันเป็นประกาย
“พี่หญิง!”
พูดแล้ว มันก็กระโดดออกจากอ้อมแขนของเสินอวิ๋นยวน ก่อนจะกระโดดดึ๋ง ๆ ไปหาเด็กสาว แล้วเอ่ยทั้งดวงตาแดงก่ำว่า
“ดีเหลือเกิน พี่หญิงไม่เป็นไร! หากพี่หญิงเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าเสวียนก็คงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว ฮือ ๆ ๆ…”
อาหยกมองเจ้าเสวียนตัวน้อยที่ซบอยู่ในอ้อมแขนและร้องไห้จนสะอึกสะอื้น จึงยื่นมือไปลูบศีรษะมันเบา ๆ แล้วกล่าวเสียงอ่อนโยน “เจ้าเสวียนโง่เขลา พูดจาเหลวไหลอะไร! พี่หญิงก็อยู่ตรงหน้าเจ้าอย่างปลอดภัยดีมิใช่หรือ อย่าร้องไห้อีกเลย”
อาหยกยื่นมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเด็กหนุ่มตัวน้อย ครั้นเห็นคนในห้องต่างพากันมองมาที่นาง ก็รู้ว่าพวกเขาต้องการถามสิ่งใด
อาหยกกล่าว “ข้าต้องการพบเฟิงหลี่เจ๋อ”
“อะไรนะ? จิ้งจอกปีศาจตนนั้นต้องการพบหลี่เจ๋อหรือ?” หลังได้ยินคำที่บ่าวในจวนมารายงาน สีหน้าของผู้ดูแลเมืองเฟิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
บ่าวรับใช้พยักหน้า ก่อนกล่าวอย่างระมัดระวัง “ขอรับนายท่าน จิ้งจอกปีศาจตนนั้นพอฟื้นขึ้นมาก็เอ่ยปากขอพบคุณชายใหญ่”
“พวกนักพรตกล่าวว่าอย่างไร?”
