“อาเจา……”
“อาเจา……”
ขณะเซี่ยเจากำลังหลับใหลอย่างสะลึมสะลือ เสียงคุ้นเคยของหญิงสาวพลันดังขึ้นข้างหู
มืออ่อนนุ่มไร้กระดูกข้างหนึ่งลูบไล้ใบหน้าของเขา พร้อมกลิ่นหอมอันคุ้นเคย
เซี่ยเจาลืมตาขึ้น ครั้นเห็นหญิงสาวนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขา สมองก็พลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ เขาเบิกตากว้าง เอ่ยด้วยความตกตะลึงสุดขีดว่า
“ศิษย์...ศิษย์พี่!”
เขาตั้งใจจะลุกหนีโดยสัญชาตญาณ ทว่าร่างที่นอนอยู่เพิ่งจะขยับลุกขึ้น ก็ถูกหญิงสาวกดอกไว้ แล้วผลักกลับลงไปนอนตามเดิม
เซี่ยเจามองหญิงสาวตรงหน้า นางสวมเพียงชุดนอนบางเบาตัวเดียว เนื้อผ้าแนบเรือนร่างเผยให้เห็นเอวคอดกิ่ว ราวกับฝ่ามือของเขาจะโอบได้เกือบมิด
ต้นขาที่เปลือยเปล่าของหญิงสาวเสียดสีกับหน้าท้องเขา แผ่ความร้อนผ่าวออกมา
ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นทันใด รีบเบือนสายตาหนี “ศิษย์...ศิษย์พี่ ท่าน...”
“อาเจาไม่ชอบหรือ?”
หญิงสาวตรงหน้าโน้มเข้ามาใกล้ มือเรียวประคองใบหน้าของเขาไว้
ถึงตอนนั้นเซี่ยเจาจึงสังเกตเห็นว่าข้อมือทั้งสองข้างของนางมีบางอย่างพันอยู่
มันคือริบบิ้นสีเขียวครามเส้นหนึ่ง
ผิวของหญิงสาวขาวผ่อง ริบบิ้นสีเขียวครามที่ผูกอยู่บนข้อมือเรียวบางยิ่งขับให้ผิวของนางขาวจนเปล่งประกาย
“อาเจาไม่ชอบหรือ?” หญิงสาวตรงหน้าเอ่ยถามซ้ำ พลางแนบชิดเข้ามาอีกก้าว
เซี่ยเจามองหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าแดงก่ำไปหมด พูดติดอ่างว่า “ชะ...ชอบ...”
“ในเมื่ออาเจาชอบ เหตุใดไม่จูบข้าล่ะ?” หญิงสาวตรงหน้ากล่าวเสียงกระเง้ากระงอด “อาเจารู้แล้วมิใช่หรือว่าควรทำอย่างไร?”
