หลังจากเจียงเฉินออกจากซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังไป หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินทางมาถึงหน้าซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถัง
เธอมีผมสั้นเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน ระหว่างคิ้วเผยความองอาจ เสื้อหนังสีดำทั้งดูคล่องแคล่วและทะมัดทะแมง รูปร่างสูงเพรียวได้สัดส่วน มองแล้วให้ความรู้สึกสง่างามห้าวหาญ
“ใครเป็นหัวหน้าซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถัง ออกมาเดี๋ยวนี้!”
หญิงสาวผมสั้นตะโกนเข้าไปด้านในซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถัง
เสียงอู่เชียงรีบเดินออกมา เขาถูกเจียงเฉินทำเอาขวัญผวา จึงระแวดระวังราวกับนกที่เคยถูกธนูยิง มองหญิงสาวผมสั้นแล้วถามว่า “ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร มาหาผมมีธุระอะไรหรือ?”
“ฉันชื่อหยาวปิง มาจากหน่วยรบพิเศษหัวเฟิงหวง ได้ยินว่าคุณเป็นหนี้บริษัทฉู่ซื่อจี้ถวนหนึ่งร้อยล้าน คิดจะคืนเมื่อไหร่?”
หญิงสาวผมสั้นแนะนำตัวอย่างแข็งกร้าว พร้อมบอกจุดประสงค์ที่มา
เสียงอู่เชียงชะงักไป ทำไมถึงมาอีกคนแล้ว? เจียงเฉินจัดการจนเขายอมสยบไปแล้ว คนจากกองทัพมายุ่งอะไรด้วย?
หญิงสาวผมสั้นมีฝีมือเพียงระดับปรมาจารย์วิถีบู๊ แต่เห็นแก่หน้าเจียงเฉิน เขาจึงไม่ตั้งข้อสงสัยในตัวตนของอีกฝ่าย และตอบอย่างสุภาพว่า “ต้องลำบากผู้บังคับบัญชาหยาวเดินทางมาด้วยตัวเองแล้ว ผมจะคืนเงินเดี๋ยวนี้!”
คราวนี้กลายเป็นหยาวปิงที่ชะงักงัน ฉู่เหยียนไม่ได้บอกหรือว่าซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังวางอำนาจบาตรใหญ่และโหดเหี้ยมไร้ปรานี? ทำไมถึงกลายเป็นคนว่าง่ายและสุภาพขนาดนี้?
เธอเพิ่งปลดประจำการจากหน่วยรบพิเศษหัวเฟิงหวง ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาอะไรทั้งนั้น แค่อาศัยชื่อหน่วยมาข่มให้ซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังยอมคืนเงินแต่โดยดี ฉู่เหยียนยังย้ำกับเธอว่าอย่าหุนหันพลันแล่น
ดูท่าตอนนี้ซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังจะรู้จักกาลเทศะดี ทุกอย่างราบรื่นไปหมด
“คุณคงไม่ได้คิดจะหลอกฉันหรอกนะ ปากบอกว่าจะคืนเงิน พอฉันกลับไปแล้วก็เบี้ยวอีก?”
