ซ่งอวี่พกผ้าเช็ดหน้าสะอาดติดตัวมาด้วย จึงรีบล้วงออกจากกระเป๋ามาเช็ดน้ำตาให้เธอ
ครู่หนึ่งหลังจากอารมณ์ของอู๋ชิวเยี่ยนสงบลง ซ่งอวี่จึงถามว่า “ชิวเยี่ยน เธอเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า? มีอะไรก็บอกครูได้เลย ถ้าครูช่วยได้ ครูจะช่วยแน่นอน”
อู๋ชิวเยี่ยนอ้าปากจะพูด แต่พอคำพูดจวนจะหลุดจากปาก เธอก็ส่ายหน้า “ครูคะ นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของหนู ครูช่วยหนูไม่ได้หรอกค่ะ”
ซ่งอวี่ยิ้มพลางลูบหัวเธอเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นครูก็ยิ่งต้องเข้าไปยุ่ง เรื่องในครอบครัวของเธอกระทบกับการเรียนแล้ว”
“ในฐานะครูสอนวิชาภาษาจีนและครูประจำชั้นของเธอ ครูมีหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาเมื่อเธอประสบอุปสรรคในการเรียน”
ทุกถ้อยคำของเธอหนักแน่นและทรงพลัง มอบความปลอบใจและที่พึ่งให้อู๋ชิวเยี่ยนอย่างเต็มเปี่ยม
ภายใต้การปลอบโยนของซ่งอวี่ ในที่สุดเธอก็เล่าสาเหตุที่ทำให้ใจลอยในชั้นเรียนออกมา
แม่ของอู๋ชิวเยี่ยนเสียชีวิตตอนเธออายุสิบขวบ ปีถัดมาพ่อก็แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงเป็นแม่ม่ายที่แต่งงานใหม่ และพาลูกสาวกับลูกชายติดมาด้วย
ชีวิตในยุคนี้ก็ลำบากอยู่แล้ว จู่ ๆ ในบ้านมีคนเพิ่มขึ้นอีกสามคน ในจำนวนนั้นยังมีเด็กโตอีกสองคน เสบียงอาหารจึงยิ่งขาดแคลน
ปู่ย่าของอู๋ชิวเยี่ยนค่อนข้างปกป้องเธอกับน้องชาย ด้วยความยืนกรานของทั้งสอง เธอจึงยังได้เรียนหนังสือตามปกติ
ใครจะคิดว่าปีนี้แม่เลี้ยงจะคลอดลูกชายให้พ่อ ปู่ย่าจึงเริ่มเอนเอียงไปหาหลานชายตัวน้อยที่เพิ่งเกิดอย่างช้า ๆ
แน่นอนว่าพวกท่านยังรักหลานชายคนโต แต่อู๋ชิวเยี่ยนซึ่งเป็นหลานสาวคนโตกลับแทบไม่มีความสำคัญในสายตาพวกท่าน
