พอคนในบ้านออกไปทำงานกันหมด ซ่งอวี่กับพี่สะใภ้ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกัน
เธอจึงพาลู่เอ้อกับลูกสาวออกไปเยี่ยมบ้านคนอื่นในหมู่บ้านพักพนักงาน
“ป้าหวังคะ”
“อ้าว อวี่มาแล้วหรือ! เข้ามานั่งเร็ว...”
ป้าหวังไม่มีงานทำ รับหน้าที่ดูแลบ้านและเลี้ยงหลาน ๆ
“เสี้ยวหยานใช่ไหม โตขึ้นตั้งเยอะแล้ว ไปเล่นกับพี่ ๆ น้อง ๆ เขาสิลูก”
ตอนนี้ปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว เด็ก ๆ ต่างก็เล่นกันอยู่ที่บ้าน
ป้าหวังจูงมือลู่หยานอย่างกระตือรือร้น พาเธอไปแนะนำให้หลาน ๆ รู้จัก พร้อมกำชับให้พวกเขาดูแลน้องให้ดี
“คุณย่าไม่ต้องห่วง พวกเราดูแลน้องเอง”
หลาน ๆ ของป้าหวังมีนิสัยกระตือรือร้นและชอบต้อนรับแขกเหมือนเธอไม่มีผิด
พวกเขาไม่รังเกียจเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเล่นด้วยเลย กลับดึงลู่หยานเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น แล้วยังแบ่งของเล่นของตัวเองให้เธออีกด้วย
เห็นลู่หยานไม่กลัวคนแปลกหน้าและเข้ากับกลุ่มเด็ก ๆ ได้ดี ซ่งอวี่จึงวางใจ
“อวี่ นาน ๆ จะกลับมาสักที ไม่ออกไปเดินเล่นบ้างหรือ”
“ไม่ล่ะค่ะ” ซ่งอวี่ส่ายหน้า “ในเมืองนี้มีอะไรให้น่าเดินดู ตึกรามพวกนั้นไม่เปลี่ยนมาหลายสิบปีแล้ว”
“ฮ่า ๆ ก็จริง”
ป้าหวังหัวเราะคล้อยตาม “เมืองของเรานอกจากเดินทางสะดวกหน่อย ซื้อของง่ายหน่อย อย่างอื่นก็สู้ชนบทไม่ได้เลย”
“แม้แต่ผักสดก็ยังหากินไม่ได้ โดยเฉพาะพอเข้าฤดูใบไม้ผลิ ฉันนี่อยากกินผักป่าจะแย่”
“แต่ร้านสหกรณ์ก็ไม่มีผักป่าขาย จะไปขุดที่ชนบทก็ไม่ได้อีก เพราะมีงานกองพะเนินอยู่ที่บ้าน ไม่มีเวลาว่างเลย!”
ป้าหวังพูดไปก็อดทอดถอนใจไม่ได้ “เฮ้อ คิดถึงสมัยเด็กที่อยู่ชนบทจริง ๆ อยู่ใกล้เขาก็กินของจากเขา อยู่ใกล้น้ำก็กินของจากน้ำ พอฝนหยุดฟ้าใสก็ออกไปเก็บเห็ด หน้าร้อนก็ลงแม่น้ำไปจับปลา”
