ครั้งนั้นย่าของซ่งอิงพาลูกชายสองคน อุ้มลูกสาวคนเล็กเดินกลับบ้านหลังทำงานเสร็จ
จู่ ๆ ร่างกายก็ชักเกร็ง ล้มลงบนคันนา ไม่นานก็สิ้นลมหายใจ
ทารกที่ยังไม่หย่านมซบอยู่บนตัวแม่ ร้องไห้จ้า ศีรษะถูไถไปมาบนอกของผู้เป็นแม่
ชาวบ้านรีบแจ้งซ่งหยางที่ประจำการอยู่ในกองทัพ ให้กลับมาจัดการงานศพของซ่งม่วย
หลังจัดการงานศพเรียบร้อยแล้ว การจัดการเรื่องน้องชายกับน้องสาวทั้งสองคนก็กลายเป็นเรื่องยาก...
ซ่งหยางไม่ยอมออกจากกองทัพ กลับมาอยู่ชนบทเพื่อเลี้ยงดูน้อง ๆ
ส่วนซ่งยวนยังอายุไม่ถึงสิบขวบ แค่เลี้ยงตัวเองก็ยากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลี้ยงน้อง ๆ
บังเอิญว่ามีครอบครัวแซ่โจวในทีมผลิต พวกเขาเคยมีลูกชายคนหนึ่ง แต่เสียชีวิตไปก่อนจะโต
พอเห็นน้องชายคนเล็กของบ้านซ่ง ก็เกิดความคิดอยากรับไปเลี้ยง
หลังจากปรึกษากับซ่งหยางและหัวหน้าทีมแล้ว ครอบครัวโจวก็รับลูกชายคนเล็กของบ้านซ่งไปเลี้ยง และเปลี่ยนชื่อเป็นโจวซิงนับแต่นั้น
ส่วนน้องสาวคนเล็กของบ้านซ่งที่เพิ่งอายุครบหนึ่งขวบ ก็มีครอบครัวจากอีกตำบลรับไปเลี้ยง และเปลี่ยนชื่อเป็นสิง
ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซ่งยวนก็เผชิญกับความพลิกผันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต แม่ตาย น้องชายกับน้องสาวต่างถูกส่งไปให้คนอื่นเลี้ยง!
พี่น้องสี่คนในครอบครัวเดียวกัน กลับมีนามสกุลถึงสามแบบ...
แต่คนที่น่าสงสารที่สุดในบรรดาพวกเขา ย่อมเป็นซ่งยวน!
พี่ชายคนโตกลับไปเป็นทหารในกองทัพต่อ ส่วนน้องชายกับน้องสาวก็มีครอบครัวอื่นรับไปเลี้ยง นับแต่นั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องกินอยู่
มีเพียงซ่งยวนที่ไม่มีใครสนใจ
เพราะเขาใกล้จะอายุสิบขวบแล้ว เป็นวัยที่รู้ความและจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้
