แบ่งเงินเสร็จแล้ว ก็เริ่มแบ่งบ้านกับที่ดินในครอบครัว
ที่ดินที่ว่าหมายถึงที่ดินส่วนตัวหลังบ้าน รวมถึงโครงปลูกแตงที่ทำไว้หลายโครงริมทางหน้าประตูบ้าน
ตอนนี้ตระกูลลู่มีบ้านกระเบื้องแปดห้อง คนชราสองคนได้ห้องหนึ่งห้อง พี่น้องสี่คนได้คนละห้อง ส่วนที่เหลืออีกสามห้องเป็นคอกสัตว์ ห้องโถงกลาง และห้องครัว
ห้องที่พี่น้องชายสามคนนอนรวมกันยังคงเดิม ส่วนห้องของลู่เสี่ยวเหมยก็เก็บไว้ให้เธอเช่นเดิม
เช่นนี้ไม่ว่าพี่สาวใหญ่อย่างลู่เจี้ยนหงส์จะกลับมา หรือลู่เสี่ยวเหมยแต่งงานออกไปแล้วกลับมาเยี่ยมบ้าน ก็มีห้องให้พัก
ส่วนห้องของคนชราสองคน หลังจากพวกท่านเสียชีวิตแล้ว พี่น้องชายสามคนใครอยากได้ก็จ่ายเงินซื้อ แล้วนำเงินไปแบ่งให้พี่น้องอีกสองคน
คอกสัตว์ ห้องโถงกลาง และห้องครัว ทุกคนใช้ร่วมกัน พี่น้องชายสามคนไม่มีใครคัดค้าน
พี่ใหญ่ลู่คิดว่าตุนตุนกับจ้วงจ้วงคงอยู่ที่เมืองตำบล ลู่เอ้อเห็นด้วยว่าลู่เสี่ยวเหมยกลับบ้านเดิมควรมีห้องของตัวเอง ส่วนลู่ซานยังไม่แต่งงาน จึงคิดไม่ไกลถึงขนาดนั้น
ดังนั้นพี่น้องชายสามคนจึงไม่มีใครคิดยึดห้องของลู่เสี่ยวเหมย...
แต่วิธีแบ่งของตาลู่ทำให้ซ่งอวี่ประหลาดใจอยู่บ้าง
ตอนแบ่งบ้าน พวกเขาถึงกับคิดเผื่อให้ลูกสาวทั้งสองคนด้วย
โดยทั่วไปแล้ว การแบ่งแยกครอบครัวในชนบทจะไม่คิดเผื่อถึงลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้ว
แต่ตอนแบ่งแยกครอบครัว ตาลู่กลับคิดถึงที่พักตอนลูกสาวกลับบ้านเดิมด้วย เห็นได้ชัดว่าในใจยังมีลูกสาวทั้งสองคนอยู่
กลัวว่าพวกเธอกลับบ้านเดิมแล้วจะไม่มีที่พัก จึงเก็บห้องหนึ่งไว้ให้พวกเธอ
ลูกชายทั้งสามคนคอยจับตาดูกันเอง ห้ามยึดห้องของพี่สาวหรือน้องสาว
