ในที่สุดลู่เอ้อก็ยอมแพ้ ไม่เอาบัตรเนื้อไปให้
หลังจากส่งหมวดหม่ากับอีกคนข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำแล้ว เขาก็โบกมือลาพวกเขา ก่อนหันไปโรงเรียนเพื่อรับลู่หยาน
หมู่บ้านถงซินอยู่ค่อนข้างไกล เด็กที่มาเรียนจึงต้องเตรียมอาหารกลางวันมาเอง
ส่วนเด็ก ๆ ในกองพลดาวแดง พอตกเที่ยงก็จะกลับบ้านไปกินข้าวร้อน ๆ
ตอนลู่เอ้อมาถึงหน้าโรงเรียน ด้านนอกก็มีคนมารวมตัวกันแน่นขนัด ล้วนมารับลูกหลังเลิกเรียน
เมื่อก่อนมีแค่เขาคนเดียวที่มารับลูกตรงประตู มองแวบเดียวก็เห็นลูกสาวของตัวเองท่ามกลางกลุ่มเด็ก ๆ
แต่ตอนนี้หน้าประตูมีคนเบียดเสียดกันแน่น เขาจึงทำได้แค่รอให้คนข้างหน้ารับลูกกลับไปก่อน แล้วค่อยเดินเข้าไปรับลู่หยาน
“คุณพ่อคะ ทำไมช่วงนี้หน้าโรงเรียนมีคนเยอะจังเลยคะ?”
ลู่หยานไม่ค่อยได้เห็นภาพแบบนี้ ปกติตอนโรงเรียนเปิดรับสมัครก็ยังไม่มีคนเยอะขนาดนี้ วันนี้กลับคึกคักยิ่งกว่าวันรับสมัครเสียอีก
ลู่เอ้อจูงมือเธอไว้ กำชับทีละคำว่า “แม่บอกหนูไปแล้วไม่ใช่เหรอ ช่วงนี้ในเมืองมีพวกแก๊งลักพาตัวเด็กเยอะ พวกมันชอบลักพาตัวเด็กวัยเดียวกับหนู”
เมื่อรู้สึกว่ามือน้อย ๆ กำแน่นขึ้น ลู่เอ้อก็โน้มตัวลงอุ้มลู่หยานขึ้นมา
“เสี้ยวหยาน หนูต้องเชื่อฟังแม่นะ ช่วงนี้อย่าไปเล่นแถวบ่อน้ำหรือริมลำธาร”
“เล่นได้แค่หน้าบ้านกับหนานหนานและคนอื่น ๆ เข้าใจไหม?”
“อืม หนูเข้าใจแล้วค่ะ”
ลู่หยานพยักหน้าอย่างจริงจัง เห็นชัดว่าเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจแล้ว
ลู่เอ้อไม่ได้ตั้งใจจะขู่ลูกสาว เพียงกลัวว่าเธอจะมัวแต่เล่นเพลินจนลืมคำกำชับของพ่อแม่
มีเพียงความกลัวเท่านั้นที่จะทำให้คนเราระมัดระวังตัวอยู่เสมอ...
