ระหว่างที่คุณพี่เจ้าสำนักเดินกลับบ้าน ปากก็บ่นพึมพำไม่หยุด “พ่อค้าคนนั่นสมควรตายจริง ๆ ทำเอาพี่จางเลิกงานแล้วก็ยังช่วยฉันทำกับข้าวไม่ได้ ต้องเสียเวลาไปรับคนที่โรงเรียน”
ข้าวเพิ่งลงหม้อ ลูกชายคนโตของคุณพี่เจ้าสำนักก็กลับมา เธอจึงให้เขาช่วยเด็ดผัก
ไม่นาน จางต้าจวินก็พาลูกสาวคนเล็กกลับมาด้วย พอคุณพี่เจ้าสำนักเห็นก็รีบพูดว่า “มานี่หน่อย ฉันมีเรื่องจะบอก”
“เดี๋ยวก่อน ฉันไปห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ชุดที่ใส่ไปทำงานเหม็นไปหน่อย”
จางต้าจวินรู้ว่าคุณพี่เจ้าสำนักรักความสะอาด พอเข้าบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำก็คือรีบตรงไปห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
งานของเขาต้องคลุกคลีกับเนื้อสัตว์ทั้งวัน คุณพี่เจ้าสำนักจึงจัดเสื้อผ้าที่ทนเปื้อนและทนทานไว้ให้เขาสองชุดสำหรับใส่ไปทำงาน
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ จางต้าจวินก็เข้าไปช่วยงานในครัว “เมีย เมื่อกี้เธอจะพูดอะไรนะ”
“ไม่มีอะไรหรอก” คุณพี่เจ้าสำนักพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ครูซ่งแบ่งแยกครอบครัวแล้ว อยากฝากให้คุณช่วยเก็บเนื้อหมูติดมันไว้สามชั่ง”
“เรื่องนี้เองเหรอ ฉันนึกว่าเรื่องอะไร เนื้อหมูแค่สามชั่ง ง่ายมาก”
คุณพี่เจ้าสำนักถามว่า “แล้วจะซื้อได้เมื่อไหร่ บอกเวลาแน่นอนให้ฉันหน่อย บ่ายนี้ลูกไปโรงเรียน ฉันจะได้ตอบครูซ่งให้ชัดเจน”
“ขอฉันคิดดูก่อน……”
“เอาเป็นเช้าวันมะรืนก็แล้วกัน!”
จางต้าจวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กำหนดเวลาเป็นวันมะรืน
“เช้าวันมะรืนที่นั่นจะมีหมูอ้วนตัวใหญ่มาสองตัว ถึงตอนนั้นฉันจะเก็บเนื้อติดมันไว้สามชั่ง ให้น้องลู่มารับก่อนเที่ยง”
