กลัวว่าลู่หยานจะพูดอะไรไม่เข้าท่า ลู่เอ้อจึงรอจนเธอหลับแล้วค่อยถามซ่งอวี่เสียงเบา
“เมีย ตั้งแต่โตมา คุณไม่เคยกลับบ้านเกิดไปฉลองตรุษจีนเลยหรือ?”
“เคยค่ะ”
ซ่งอวี่นึกย้อนกลับไปถึงวันวาน ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะเอ่ยว่า “ก่อนที่ฉันจะลงชนบทไปเป็นปัญญาชน ทุกปีในวันขึ้นปีใหม่ ฉันจะกลับบ้านเกิดไปไหว้สุสานกับพ่อแม่ค่ะ”
“แต่ที่ได้กินข้าวฉลองส่งท้ายปีเก่าพร้อมหน้ากับคุณปู่คุณย่าของฉัน น่าจะมีแค่สองครั้งเองค่ะ”
“งั้นคุณพ่อก็อดทนเก่งเหมือนกันนะ!”
ลู่เอ้อสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพ่อตาอยากกลับชนบทไปฉลองตรุษจีนจริง ๆ
แต่เพราะแม่ยายไม่เห็นด้วย ท่านจึงต้องฉลองตรุษจีนในหมู่บ้านพักพนักงานในเมืองทุกปี
“แล้วคุณปู่คุณย่าของคุณดีกับคุณยังไงบ้าง?”
“พวกท่านลำเอียงรักผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แล้วเข้าข้างลูกพี่ลูกน้องผู้ชายกับผู้หญิงของคุณเหมือนแม่ผมหรือเปล่า?”
“เรื่องนี้ไม่ค่ะ”
ซ่งอวี่ตอบตามตรงว่า “อย่างน้อยในเรื่องของกินของใช้ พวกท่านก็ให้พวกเรากับลูกพี่ลูกน้องเท่า ๆ กันค่ะ”
“แต่เรื่องความรู้สึก พวกท่านย่อมเอนเอียงไปทางลูก ๆ ของคุณลุงใหญ่มากกว่าอยู่แล้ว”
เมื่อนึกถึงความลำบากที่พ่อแม่ต้องเจอในการเลี้ยงดูพวกเขาตอนเด็ก ซ่งอวี่ก็ไม่อยากพูดต่อ
ความทรงจำวัยเด็กของพี่ชายใหญ่ตระกูลซ่งกับน้องเสี่ยวตี้เลือนหายไปเกือบหมดแล้ว แต่เธอมีวิญญาณของผู้ใหญ่ตั้งแต่เกิด
เธอจำได้ชัดเจนว่าพ่อแม่ลำบากแค่ไหนในการเลี้ยงดูพวกเขา ตอนเช้าต้องตื่นมาเก็บกวาดดูแลเด็กสามคน แล้วทำอาหารเช้าให้กิน
จากนั้นก็รีบร้อนออกจากบ้าน พาเด็กทั้งสามไปส่งที่โรงเรียนประถม โรงเรียนอนุบาล และชั้นเตรียมอนุบาล เสร็จแล้วก็ต้องรีบไปทำงานต่อทันที
หลังเลิกงานก็ไม่มีเวลาพัก ต้องไปรับลูกก่อน แล้วค่อยไปซื้อของมาทำกับข้าว
