แต่เธอไม่มีบัตรซื้อบุหรี่ จึงซื้อบุหรี่ต้าเฉียนเหมินไม่ได้ ได้แค่ซื้อบุหรี่ยี่ห้อจิงจี้มาสี่ซอง
ซ่งอวี่วางบุหรี่ไว้ข้างขวดเหล้า แล้วทั้งสองคนก็เดินไปยังโซนขายขนมและลูกกวาด
ระหว่างเดิน ซ่งอวี่เล่าให้จูจิ้งเหมย์ฟังว่า “แม่ ถ้ารู้ว่าซื้อต้าเฉียนเหมินต้องใช้บัตร ลูกก็น่าจะไปขอซื้อจากป้าหวังสักหน่อย ที่นั่นต้องมีบัตรซื้อบุหรี่แน่”
“ดีแล้วที่ลูกไม่ได้ไปขอ!”
จูจิ้งเหมย์เม้มปากน้อย ๆ แล้วพูดว่า “คนรู้จักในหมู่บ้านพักพนักงานของเรา ต่างรู้ว่าพ่อไม่สูบบุหรี่ เลยไม่มีใครเอาบุหรี่มาให้เขา”
“บุหรี่ที่เราซื้อพวกนี้ สุดท้ายพ่อก็จะเอากลับบ้านเกิดไปแจกญาติ ๆ อยู่ดี”
“ถ้าซื้อเป็นต้าเฉียนเหมิน คงน่าเสียดายแย่!”
จูจิ้งเหมย์ไม่ค่อยไปมาหาสู่กับพ่อแม่สามี ยิ่งญาติ ๆ ตระกูลซ่งก็ไม่ต้องพูดถึง ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านยังดีกว่าเสียอีก
ซ่งอวี่เข้าใจในทันที ไม่น่าแปลกที่แม่ไม่ได้เอาบัตรซื้อบุหรี่มาด้วย ที่แท้แต่แรกก็ไม่ได้คิดจะซื้อต้าเฉียนเหมินอยู่แล้ว
ทั้งสองเดินไปที่เคาน์เตอร์ขนม โดยตั้งใจจะซื้อขนมเถาซูเป็นหลัก
ช่วงตรุษจีน หากมีญาติหรือเพื่อนบ้านมาเยี่ยม ก็เอาไว้รับรองแขกได้
นอกจากนี้เวลาไปเยี่ยมบ้านคนอื่น ก็เอาขนมเถาซูไปเป็นของฝากได้ ทั้งมีประโยชน์และดูดีมีหน้ามีตา
ปกติขนมเถาซูราคาชั่งละหนึ่งหยวน แต่พอถึงตรุษจีนกลับขึ้นไปถึงหนึ่งหยวนสี่เจี่ยว ทำเอาซ่งอวี่ตากระตุก!
เงินสี่เจี่ยวที่เพิ่มขึ้นมา ปกติซื้อขนมเถาซูได้ตั้งสี่เหลี่ยง
จูจิ้งเหมย์ซื้อขนมเถาซูสามชั่ง หลังจากยื่นบัตรเสบียงกับเงินให้พนักงานขายแล้ว แม่ลูกก็เดินไปยังเคาน์เตอร์ขายลูกกวาด
ระหว่างทาง ซ่งอวี่แอบกระซิบกับจูจิ้งเหมย์ว่า “แม่ ทำไมขนมเถาซูช่วงตรุษจีนถึงแพงขึ้นขนาดนี้ แพงกว่าตอนลูกลงไปชนบทเสียอีก เราน่าจะซื้อตุนไว้ล่วงหน้า”
