“ไม่ ไม่ได้ทำ!”
ยายลู่รีบโบกมือปฏิเสธ “ฉันแค่อยากทำเพิ่มอีกหน่อย จะได้เอาไปให้บ้านน้องสามกับเจี้ยนลี่ ส่วนพี่ใหญ่...”
“ต้องรอดูก่อนว่าสิ่งที่ลู่เอ้อพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า!”
“ถ้าพี่ใหญ่เอาของเก่ากองโตให้เจี้ยนหงส์ยืมจริง ๆ แถมยังไม่ไปโรงพยาบาลด้วย งั้นหมั่นโถวพวกนี้เขาอย่าหวังว่าจะได้แม้แต่ดมกลิ่น!”
ตาลู่มองภรรยาอยู่หลายครั้ง จนยายลู่รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
“มองอะไรนักหนา? นวดแป้งของแกไป ออกแรงหน่อย! แบบนี้หมั่นโถวที่ทำออกมาถึงจะเหนียวนุ่มเคี้ยวอร่อย”
หลังจากหมักแป้งจนขึ้นฟูแล้ว สองตายายก็จุดตะเกียงน้ำมันกลับเข้าห้อง
พอตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร ใจที่แขวนค้างอยู่ก็สงบลงเสียที ไม่นานทั้งคู่ก็หลับไป...
——
เช้าวันรุ่งขึ้น ซ่งอวี่เพิ่งก้าวเท้าเข้าครัว ก็ได้กลิ่นหอมฟุ้งมาเป็นระลอก
“คุณพ่อคุณแม่กำลังนึ่งหมั่นโถวอยู่เหรอคะ หอมจังเลย”
ยายลู่พยักหน้า ส่วนตาลู่ยิ้มทักทาย “แม่แกนึ่งหมั่นโถวไว้เต็มหม้อ เช้านี้แกกับลู่เอ้อไม่ต้องทำกับข้าวแล้ว มากินหมั่นโถวด้วยกันเถอะ”
ซ่งอวี่คิดดูแล้ว เช้านี้ก็ไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ จึงตอบตกลง
แต่เธอก็ยังกลับไปหยิบไข่ออกมาสามฟอง “คุณพ่อคุณแม่ เช้านี้กินแต่หมั่นโถวเปล่า ๆ คงฝืดคอน่าดู เราทำซุปไข่กินกันเถอะค่ะ”
“ดี ๆ ส่งมาให้แม่ แม่ทำซุปไข่เอง” ยายลู่รีบรับไข่มาทันที
เธอคล้ายกลัวว่าซ่งอวี่จะเปลี่ยนใจ จึงรีบเปิดตู้หยิบชามใบเล็กออกมา แล้วตอกไข่ทั้งสามฟองใส่ชามทีละฟอง
เมื่อเห็นว่ามีคนทำอาหารเช้าให้แล้ว ซ่งอวี่ก็กลับเข้าห้องไปจัดของที่ต้องเอาไปทำงาน จากนั้นก็ไปเรียกลู่เอ้อตื่น
