แม้เสิ่นล่างจะเพิ่งมีความสุขไปหยก ๆ แต่ตอนนี้ก็ยังงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ดี
เท่าไรนะ?! 240,000 หยวน?!
ระบบ นาย! คือ! เทพ! ของ! ฉัน!!!
ของที่รับซื้อมาในราคา 8,000 หยวนยังไม่ทันได้ขาย รางวัลจากระบบก็โอนเข้าบัญชีมาแล้ว 240,000 หยวน! กำไร 2,900%!
เมื่อก่อนอ่านนิยาย เห็นพระเอกได้เงินเข้าบัญชีทีละหลายแสนเป็นล้าน เขายังคิดว่าแค่นั้นเอง
แต่พอมาเกิดกับตัวเองจริง ๆ เสิ่นล่างก็อยากพูดแค่ว่า—เรื่องแบบนี้ ขออีกหลาย ๆ ครั้งเลย!
“ติ๊ง!”
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
【ธนาคารพาณิชย์จีน】บัญชีเลขท้าย 4432 ของคุณได้รับเงิน 242,000.00 หยวน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 10:49 น. ยอดเงินคงเหลือ 353,450.60 หยวน
เสิ่นล่างรีบเปิดแอปธนาคารทันที
จนได้เห็นตัวเลขยาวเหยียดหลังยอดเงินคงเหลือกับตาตัวเอง เขาถึงลุกพรวดขึ้นมาแล้วชูกำปั้นอย่างแรง
“เยส!”
สามแสนห้าหมื่นหยวน!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าชีวิตมีเป้าหมายขึ้นมาแล้ว
อะไรนะ กินไปวัน ๆ รอตาย? ตั้งแต่วันนี้ไป เรียกเขาว่าประธานเสิ่น!
ตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ เสิ่นล่างถึงค่อยกลับมานั่งลง
เซี่ยงไฮ้ในเดือนสิงหาคมร้อนอบอ้าวสุด ๆ
เครื่องปรับอากาศทีซีแอลรุ่นเก่าที่ได้มาตรฐานประหยัดพลังงานระดับ 5 บนผนังยังส่งเสียงหึ่ง ๆ ดังลั่น ฟังดูเหมือนทำงานหนัก แต่ลมที่เป่าออกมาก็แค่พอช่วยให้รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย
เสิ่นล่างมองเครื่องปรับอากาศ แล้วก็มองยอดเงินในโทรศัพท์ ก่อนจะเปิดแอปซื้อของและสั่งเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ราคาสองพันกว่าหยวนทันที
หาเงินได้แล้ว จะให้ตัวเองเย็นสบายหน่อยไม่ได้หรือไง?
เปลี่ยน!
ตลอดช่วงเช้า นอกจากเจียงอวี่ซีแล้ว ก็ไม่มีลูกค้าคนอื่นเข้าร้านอีกเลย
หลังมื้อกลางวัน เสิ่นล่างเอนพนักเก้าอี้ไปด้านหลัง กำลังจะงีบสักหน่อย จู่ ๆ เสียงกระดิ่งลมใสกังวานก็ดังมาจากหน้าประตู
มีคนผลักประตูเดินเข้ามา
เสิ่นล่างเงยหน้ามอง
คนที่เข้ามาเป็นหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว สะพายกระเป๋าผ้าใบหนึ่ง ยืนอยู่ตรงประตูด้วยท่าทางกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ลมร้อนพัดตามเข้ามาในร้าน กระโปรงของเธอพลิ้วไหว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน
หญิงสาวรีบยกมือกดชายกระโปรงไว้ แก้มมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แม้แต่ฝีเท้าก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
เมื่อชายกระโปรงกลับเข้าที่ เธอจึงกำสายกระเป๋าผ้าแน่น แล้วค่อย ๆ เดินมาที่เคาน์เตอร์
เสิ่นล่างกวาดตามองเธอเงียบ ๆ สองครั้ง
หญิงสาวสูงราว 165 เซนติเมตร รูปร่างผอมเพรียว ผมยาวดำขลับสยายอยู่บนไหล่อย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าแทบไม่ได้แต่งหน้า ดวงตาทรงอัลมอนด์ใสสะอาด จมูกโด่งเรียว ริมฝีปากมีสีอ่อน
ต่างจากเสน่ห์เย้ายวนที่เจียงอวี่ซีแต่งเติมขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน เธอเพียงยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น ก็ทำให้คนหวนนึกถึงหญิงสาวในรั้วมหาวิทยาลัยที่เดินผ่านทางร่มไม้
ดูสะอาดสะอ้านสบายตา ชวนให้รู้สึกดีด้วยได้ง่าย
【ชื่อ: เวินเหยา】
【อายุ: 19 ปี】
【ค่าศักยภาพ: บีบวก】
【สถานการณ์ปัจจุบัน: นักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยม่อตู พ่อแม่หย่าร้าง แม่มีปัญหาสุขภาพ จำเป็นต้องใช้เงินด่วนเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน】
【การประเมิน: ไม่รู้อะไรเลย】
“เจ้าของร้าน สะ...สวัสดีค่ะ”
เสียงของหญิงสาวแผ่วเบา ตอนพูดยังฟังดูประหม่าอยู่บ้าง
“ฉันเห็นป้ายคู่กลอนหน้าร้านเขียนว่าที่นี่รับซื้อของ ใช่ไหมคะ?”
เสิ่นล่างเหลือบมองปลายนิ้วที่เธอกำแน่นจนซีด น้ำเสียงจึงอ่อนลงเล็กน้อย
“รับครับ นั่งก่อนสิ อยากขายอะไรล่ะ?”
เขาชี้ไปยังเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ก่อนนั่งลงอย่างระมัดระวัง จัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย แล้ววางเข่าชิดกัน กระเป๋าผ้าถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบบนตัก
ท่าทางเกร็ง ๆ ของเธอชวนให้คิดว่าเพิ่งออกมาทำธุระคนเดียวเป็นครั้งแรก
“สวัสดีค่ะเจ้าของร้าน ฉันชื่อเวินเหยา อยากรบกวนให้ช่วยดูของชิ้นนี้หน่อยค่ะ”
เธอหยิบถุงผ้าสีแดงเก่า ๆ ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าผ้า
มุมถุงสึกจนซีดขาวไปหมดแล้ว แต่เชือกที่ปากถุงกลับผูกไว้อย่างประณีตมาก
เวินเหยาแก้ปมเชือก แล้วยกของข้างในขึ้นมาประคองไว้บนฝ่ามือ ก่อนยื่นส่งให้อย่างระมัดระวัง
มันคือจี้หยกจักจั่นชิ้นหนึ่ง
เสิ่นล่างรับมา พลิกดูใต้แสงไฟ
จี้หยกจักจั่นมีขนาดไม่ใหญ่ เนื้อหยกเนียนละเอียดเป็นมัน ผิวมีสีเก่าจาง ๆ ให้เห็นราง ๆ
ลายแกะสลักบนปีกจักจั่นเรียบง่ายและคมชัด ขอบหุ้มด้วยเงินเก่ารอบวง สีเงินหม่นลงแล้ว แต่ส่วนที่นูนขึ้นมาหลายจุดกลับถูกลูบจนเรียบลื่น
ดูออกว่าเจ้าของคนก่อนทะนุถนอมมันมาก ทั้งยังสวมติดตัวอยู่เป็นประจำ
เสิ่นล่างนึกขึ้นได้ เนตรหยั่งรู้จึงแสดงข้อมูลออกมา
【ข้อมูลสิ่งของ: จี้หยกจักจั่นเหอเถียนเก่าสมัยสาธารณรัฐจีน ขอบหุ้มเงินเก่า】
【ราคารับซื้อที่แนะนำ: 4,800 หยวน】
【อัตรากำไร: 35%】
【ราคาขายที่แนะนำ: 6,480 หยวน】
ของไม่มีปัญหา
เสิ่นล่างเงยหน้าขึ้น แต่กลับเห็นว่าเวินเหยาจับจ้องจี้หยกจักจั่นอยู่ตลอด สายตาเคลื่อนไปตามมือของเขาเบา ๆ
“ของไม่เลวเลย เป็นจี้หยกจักจั่นเหอเถียนเก่าสมัยสาธารณรัฐจีน”
เขาวางจี้หยกจักจั่นลงบนแผ่นรองนุ่มบนเคาน์เตอร์
“แต่ดูแล้วเธอคงตัดใจขายไม่ลงแน่ใจเหรอว่าจะขาย?”
เวินเหยาไม่ได้ตอบทันที เธอมองจี้หยกจักจั่นนิ่ง ๆ ขอบตาค่อย ๆ แดงขึ้น ริมฝีปากเม้มแน่น
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงพยักหน้าเบา ๆ
“ขายค่ะ”
เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ฟังดูเหมือนต้องรวบรวมแรงใจไม่น้อยกว่าจะพูดออกมาได้
“คุณปู่กับคุณย่าทิ้งไว้ให้ค่ะ เมื่อก่อนคุณย่าสวมติดตัวตลอดเลย”
เธอก้มตาลง ยื่นมือไปแตะถุงผ้าสีแดงเก่าใบนั้น
“พวกท่านดีกับฉันมาก...แต่ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ แม่สุขภาพไม่ดี พอเปิดเทอมก็ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน เพราะงั้น...”
คำพูดหลังจากนั้นขาดหายไป
เธอกัดริมฝีปากล่าง กลั้นเสียงสั่นไว้ มือที่วางบนตักกลับกำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนชายกระโปรงยับเป็นริ้ว
“แล้วพ่อเธอล่ะ?”
พอได้ยินคำถาม นิ้วมือของเวินเหยาก็แข็งค้างไปเห็นได้ชัด
เธอก้มหน้า พอพูดอีกครั้ง น้ำเสียงกลับสงบลง
“ตั้งแต่ฉันจำความได้ เขาก็ดื่มเหล้าบ่อย ๆ พอเมาก็ทุบตีแม่ บางครั้งก็ตีฉันด้วย ต่อมาก็เล่นพนันจนติดหนี้มากมาย หลังจากนั้นพวกเขาก็หย่ากัน แล้วเขาก็ไม่เคยกลับมาสนใจพวกเราอีกเลย”
เพียงไม่กี่ประโยคสั้น ๆ เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าความเย็นชาที่วาบผ่านดวงตาตอนเอ่ยถึงผู้ชายคนนั้น ทำให้เสิ่นล่างไม่ถามต่อ
ทุกบ้านต่างก็มีเรื่องที่พูดออกมายาก
“5,000 หยวน”
เวินเหยาชะงัก เธอมองจี้หยกจักจั่น แล้วมองเสิ่นล่าง ขอบตาก็ยิ่งแดงขึ้นมาทันที
ก่อนมา เธอเคยถามคนหลายคนในอินเทอร์เน็ต พวกเขาดูรูปแล้วส่วนใหญ่เสนอราคาให้แค่ประมาณ 3,000 หยวน
แต่ตอนนี้ หลังจากเสิ่นล่างได้ฟังเรื่องครอบครัวของเธอ เขากลับยอมจ่ายถึง 5,000 หยวน
เธอนึกถึงบางอย่างขึ้นมาแทบจะทันที จึงรีบอธิบายว่า “เจ้าของร้าน ที่ฉันเล่าให้ฟังไม่ได้อยากให้คุณสงสารนะคะ รับซื้อในราคาปกติได้เลย ไม่ต้องตั้งใจช่วยฉันหรอกค่ะ”
เสิ่นล่างหัวเราะ
“เธอเข้าใจผิดแล้ว ของชิ้นนี้มีราคาประมาณนี้จริง ๆ”
เวินเหยามองเขา คล้ายกำลังแน่ใจว่าคำพูดนั้นเป็นการปลอบใจหรือเปล่า
ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับอย่างจริงจัง
“ขอบคุณนะคะ เจ้าของร้าน”
“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก ฉันแซ่เสิ่น ชื่อเสิ่นล่าง”
เสิ่นล่างส่งสัญญาณให้เธอนั่งลง สายตาหยุดอยู่ที่ถุงผ้าสีแดงซีดจางใบนั้น ก่อนจะถามขึ้นมาอีกครั้ง “อย่าเพิ่งรีบขอบคุณเลย จี้หยกจักจั่นชิ้นนี้ เธอยังอยากเอาคืนไปทีหลังไหม?”
เวินเหยาชะงัก
“...อยากค่ะ”
เธอตอบทันที ก่อนจะทำหน้างุนงงขึ้นมาเล็กน้อย
“คุณเสิ่นหมายความว่ายังไงคะ?”
“ถ้าตัดใจขายไม่ลง ก็เอามาจำนำไว้ก่อนได้ ของจะฝากไว้ที่นี่ ฉันให้เธอ 5,000 หยวน แล้วเก็บรักษาไว้ให้ 3 เดือน ภายใน 3 เดือน ถ้าเอาเงินต้นมาไถ่คืน ฉันก็จะคิดดอกเบี้ยเพิ่มตามสัญญานิดหน่อย”
“กำหนดเวลาและค่าใช้จ่ายจะเขียนไว้ชัดเจน เธอลองอ่านก่อน ถ้ารับได้ค่อยทำเรื่องกัน”
ดวงตาของเวินเหยาค่อย ๆ สว่างขึ้น
“หมายความว่า ภายใน 3 เดือนมันจะไม่ถูกขาย ใช่ไหมคะ?”
“ใช่”
“งั้นฉันเลือกแบบนี้ค่ะ!”
เธอรีบพยักหน้า ไหล่ที่เกร็งอยู่แต่เดิมในที่สุดก็ผ่อนคลายลง
“ฉันจะรีบหาเงินมาให้ครบค่ะ”
“อ่านสัญญาก่อน ไม่ต้องรีบ”
เสิ่นล่างหยิบสัญญาออกมา กรอกจำนวนเงิน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายลงไปทีละรายการ จากนั้นก็อธิบายเรื่องการไถ่ถอนให้เธอฟังอย่างละเอียด
เมื่อจัดการเอกสารเสร็จ เสิ่นล่างก็ใส่จี้หยกจักจั่นพร้อมถุงผ้าสีแดงเก่าลงในบรรจุภัณฑ์และปิดผนึกเก็บให้เรียบร้อยต่อหน้าเธอ จากนั้นก็โอนเงิน 5,000 หยวนให้
“เงินเข้าแล้ว ลองเช็กดูสิ”
เวินเหยาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
พอเห็นข้อความแจ้งเงินเข้า ความกังวลที่ค้างอยู่ในใจก็คลายลงในที่สุด เธอกำโทรศัพท์ไว้แล้วลุกขึ้นโค้งคำนับเสิ่นล่างอีกครั้ง
“ขอบคุณนะคะคุณเสิ่น ฉันจะต้องไถ่มันกลับคืนมาให้ได้ค่ะ”
เธอพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะเสริมขึ้นมาอีกประโยค
“คุณเป็นคนดีนะคะ”
เสิ่นล่างฟังแล้วอดขำไม่ได้
ถ้าเจียงอวี่ซีได้ยินคำนี้เมื่อเช้า คงเป็นคนแรกที่ไม่เห็นด้วยแน่
“ได้ ฉันจะเก็บของให้ดี”
เขายิ้มพลางโบกมือ
“กลับเถอะ ระวังตัวระหว่างทางด้วย”
“ค่ะ แล้วพบกันใหม่นะคะ คุณเสิ่น”
