วันเกิดของสวีรั่วเหยียน บรรดาคนรับใช้ในคฤหาสน์เสิ่นก็เริ่มวุ่นวายกันตั้งแต่เช้าตรู่
พอถึงช่วงหนึ่งทุ่มสองทุ่ม แขกเหรื่อก็ทยอยกันมาถึง
วันนี้ซุนเฮ่อหยางแต่งตัวเหมาะสมกับงานเป็นอย่างยิ่ง เขาสวมสูทสีดำ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา
ตระกูลซุนกับตระกูลเสิ่นมีธุรกิจติดต่อกัน ซุนเฮ่อหยางเพิ่งเดินตามหลังป้าของเขาเข้ามา สวีรั่วเหยียนก็เป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน
ซุนโหรวตบหลังมือสวีรั่วเหยียนเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “ทำไมถึงดูสาวขึ้นทุกวันเลยล่ะ?”
สวีรั่วเหยียนยิ้มพลางตอบ “พี่สะใภ้ยังพูดเก่งเหมือนเดิมเลยนะ ฟังแล้วชื่นใจจริง ๆ”
ซุนเฮ่อหยางยืนฟังอยู่ข้าง ๆ จนรู้สึกปวดหู
เขาเกลียดงานสังสรรค์แบบนี้ แต่ถึงในใจจะรำคาญ สีหน้าก็ไม่เผยออกมา
หลังจากทั้งสองคุยกันจบ สวีรั่วเหยียนก็หันมามองซุนเฮ่อหยาง “เสี่ยวหยางตอนนี้เป็นหนุ่มอนาคตไกลแล้วจริง ๆ”
ซุนโหรวกุมขมับ “อย่าพูดเลย พี่ชายฉันกับฉันหวังแค่ให้เขาใช้เงินกินเที่ยวเล่นไปวัน ๆ อย่างสงบก็พอ ไม่รู้ช่วงนี้เป็นบ้าอะไร ถึงได้ยืนกรานจะไปทำธุรกิจเอง”
สวีรั่วเหยียนพูดเสียงนุ่มนวล “เริ่มทำธุรกิจเองก็ดีไม่ใช่หรือคะ?”
ซุนโหรวตอบ “ลูกตัวเองมีความสามารถแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ย่อมรู้ดีที่สุด”
“แม่ครับ”
เสียงใสกังวานขัดจังหวะบทสนทนาของทั้งคู่
ซุนโหรวกับซุนเฮ่อหยางหันไปมองพร้อมกัน
ผู้มาใหม่สวมสูทสีขาวสะอาดเรียบร้อย รูปร่างผอมเพรียว ผิวขาวราวหิมะ ผมดำเป็นทรงเรียบร้อย โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ทำให้เขาดูทั้งเศร้าสร้อยและบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
“เสี่ยวลู่ มานี่เร็ว” พอสวีรั่วเหยียนเห็นเขาก็ยิ้ม รอยยิ้มนั้นจริงใจเป็นพิเศษ
แววตาของซุนเฮ่อหยางค่อย ๆ เย็นชาลง
เด็กคนนี้คือคนที่สวีรั่วเหยียนพาติดตัวเข้ามาในตระกูลเสิ่นตอนแต่งงาน
อายุไล่เลี่ยกับเสิ่นชางเหนียน ทั้งที่ไม่ใช่ลูกของเสิ่นจิ้งเต๋อแท้ ๆ แต่กลับได้รับความรักจากเขา
สวีสือลู่เดินเข้ามาแล้วเรียกเสียงใส “คุณป้าซุน พี่เฮ่อหยาง”
“อย่าเรียกฉันแบบนั้น” ซุนเฮ่อหยางทำท่าถูแขนอย่างเกินจริง เมื่อเห็นทั้งสามมองมา ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ฟังแล้วขนลุก”
