หากในยามนี้ บรรพบุรุษแห่งต้าโจวเพียงแต่ตื่นตะลึงในโฉมงามสะกดตาของสวีเยวี่ย บัณฑิตจินซื่อผู้สอบได้เอกทั้งหกครั้ง แล้วแอบขมขื่นในใจอยู่สองสามหน ก็คงจบลงเพียงเท่านั้น
บรรพบุรุษทั้งหลาย: ก็แค่หน้าตาดีขึ้นมาหน่อย… อืม หน่อยเดียวที่ว่าก็คือดีขึ้นมาพันล้านเท่านั่นแหละ
แม้มูลแพะยังทำให้ผิวหน้าเป็นมันเงาได้เลย!
โดยเฉพาะจักรพรรดิเสินจงที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน:
“โอ้โฮ หน้าตาไม่เลวนี่ เจ้าหนูนี่อาจารย์คือเฟิงอี้จือ ชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูอยู่เหมือนกันนะ ผลสอบขุนนางยังดีกว่าอาจารย์เสียอีก ไม่แน่ว่าบางด้านอาจเก่งกว่าอาจารย์เสียจนศิษย์แซงหน้าอาจารย์ก็ได้กระมัง”
ความหมายแฝงทั้งเหน็บแนมทั้งประชดประชันอย่างเต็มเปี่ยม
เวลานี้บรรพบุรุษที่กำลังรับชมอยู่มีไม่มากนัก อย่างไรเสียทุกคนก็มีความบันเทิงของตนเอง ไม่อาจเฝ้าดูความเป็นไปในโลกมนุษย์ได้ตลอดวันตลอดคืน เมื่อยืนยันแล้วว่าต้าโจวจะไม่ล่มสลาย เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว
ผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนก็ไปเยี่ยมเยียน ผู้ที่ดื่มสุราก็ดื่มสุรา
ผู้ที่ยังอยู่ในที่นี้ล้วนมีความรับผิดชอบต่อต้าโจวอย่างเต็มเปี่ยม ครั้นได้ฟังคำพูดของเสินจง พวกเขาก็ยังไม่ใส่ใจนัก เพราะรับชมมานานถึงเพียงนี้ จึงทั้งรักใคร่และให้ความสำคัญต่อจักรพรรดิแห่งโลกมนุษย์อย่างยิ่ง
แล้วคนกระจอกอย่างเจ้าเสินจงจะมาป้ายสีได้อย่างไร!
อีกอย่าง เรื่องที่ลูกชายทำ จะยืนยันได้อย่างไรว่าบิดาจะทำเช่นเดียวกัน?
เคยได้ยินแต่คานบ้านเอียง คานล่างก็คลอน
ไม่เคยได้ยินว่ากลับกันเสียหน่อย!
จากนั้นพวกเขาก็เหลือบมองสวีเยวี่ยในกระจกน้ำอีกครั้ง นางควบม้าเที่ยวชมเมือง ประหนึ่งเซียนจากสรวงสวรรค์… ใจเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมานิดหน่อย พอมองอีกครา ดวงตาก็ไม่ยอมละไปไหนเสียแล้ว
ทำอย่างไรดี เริ่มรู้สึกกระดากใจขึ้นมาแล้ว
จักรพรรดิองค์หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า “คงไม่ถึงขั้นนั้นกระมัง? ข้าไม่เห็นว่าจักรพรรดิองค์ใหม่จะมีอาการเช่นนี้เลย เขาอายุตั้งหลายสิบปีแล้ว หากชอบบุรุษ ก็คงชอบไปนานแล้ว”
