เมื่อเห็นวัตถุดิบง่าย ๆ ไม่กี่อย่างตรงหน้า เฉินม่านหยิบกะละมังใบเล็ก เดินเข้าไปในห้องโถง แล้วหยุดถามอยู่ตรงธรณีประตู
“คุณยาย แปลงผักหน้าบ้านนี่เป็นของบ้านเราใช่ไหมคะ?”
โชคดีที่หูของคุณยายยังดีอยู่ ไม่ต้องตะโกนก็ได้ยิน “ใช่ ในสวนก็น่าจะมีผักอยู่ ไม่รู้ตอนนี้โตเป็นยังไงบ้าง ยายไม่ได้เข้าไปดูเลย หนูอยากกินก็ไปเก็บเอาสิ”
“งั้นหนูไปเก็บแตงกวาสักหน่อยนะคะ เมื่อวานเห็นอยู่ วันนี้เช้าเรากินบะหมี่กันได้ไหมคะ?”
“ได้สิ ระวังอย่าให้ตัวเองเจ็บล่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
คุณยายนั่งอยู่บนเตียง ถอนหายใจเบา ๆ เด็กสาวที่โตมาในเมืองใหญ่ ย่อมถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม
เธออุตส่าห์มาชนบทเพื่อดูแลหญิงชราอย่างยาย ทั้งกตัญญูและมีท่าทีดี เดิมทียายคิดว่าคงใช้ชีวิตเลอะเลือนอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ก่อนจากไปอย่างเงียบ ๆ ไม่คิดเลยว่าก่อนตายจะยังมีเด็กดีมาคอยดูแล
ในใจยายทั้งปลื้มใจและอดสงสารเฉินม่านไม่ได้
เฉินม่านเดินเข้าไปในสวนอย่างตื่นเต้น อยากลองสัมผัสความสนุกของการเก็บเกี่ยว
แตงกวาลูกสั้นอวบ ส่งกลิ่นหอมสดชื่น เฉินม่านยิ้มอย่างลิงโลด ชนบทนี่ดีจริง ๆ ผักที่ปลูกเองกินแล้วสบายใจที่สุด
ข้าง ๆ ยังมีมะเขือสีม่วงกับถั่วฝักยาวที่ปักไม้ไผ่ค้ำไว้ ทั้งยังเห็นพริกและมะเขือเทศลูกใหญ่สีแดงสด
ริมสวนยังมีต้นกุยช่ายกับต้นหอมอีกด้วย
เฉินม่านเด็ดแตงกวามาสามลูก เก็บมะเขือเทศมาบ้าง ถอนต้นหอมมานิดหน่อยใส่กะละมัง แล้วยกไปล้างใต้ก๊อกน้ำ
แตงกวาน่ากินกัดเข้าไปคำหนึ่ง ทั้งหอมสดชื่นและกรอบกรุบ
เธอยิ้มตาหยี เดินกลับเข้าบ้าน
ก่อไฟนั้นง่ายมาก
แค่ใส่ฟืนเข้าไปแล้วจุดไฟแช็ก ไฟก็ติดทันที
เสียแต่ฟืนมอดเร็วเหลือเกิน เดี๋ยวเดียวก็ต้องเติมฟืนใหม่
คงเพราะคุณยายอายุมากแล้ว ไม่มีแรงขึ้นเขาไปเก็บฟืนเนื้อแข็งที่เผาได้นาน
