รูปร่างชัดเจน สัมผัสแน่นกระชับ เว่ยอวี่แตะเพียงสองวินาที ก็รู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นตึกตัก
“คุณ...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า เธออยากกระเซ้าให้เขาหลุดจากท่าทีสงบนิ่งที่แสดงออกมา
แต่ซางซวี่จิ่งกลับเป็นฝ่ายขยับเข้าหาเธอก่อน เขาไม่ได้จับมือเธอไว้แล้ว หากแต่แนบตัวเข้ามาชิดสนิท
เขาก้มลงพูดใกล้ใบหูของเว่ยอวี่ น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยพร้อมลมหายใจร้อนผ่าวที่ไล้ผ่านหูเธอ “ชอบจับขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ใบหูเป็นจุดที่ไวต่อสัมผัสอยู่แล้ว เว่ยอวี่สะดุ้งวาบ หลังแอ่นตรงขึ้นมาทันที เธออยากชักมือกลับราวกับถูกไฟช็อต
แต่ในจังหวะนั้น ซางซวี่จิ่งก็จูบติ่งหูเธอเบา ๆ
สัมผัสแผ่วเบาราวกับขนนก ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่านี่เป็นภาพลวงตาหรือเรื่องจริง ใบหน้าแดงเรื่อเพราะปฏิกิริยาทางร่างกาย ราวกับรูปบนขวดซอสมะเขือเทศ
มือของเธอห้อยลงข้างตัว สมองปั่นป่วนเละเทะราวกับซอสมะเขือเทศ ทั้งภารกิจ งานเลี้ยงวันเกิด จูบ การเลิกรา...สารพัดเรื่องพันกันยุ่งเหยิง
ซางซวี่จิ่งค่อย ๆ โอบเอวเธอไว้ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ท่าทางก็กลายเป็นเขากอดเธอจากด้านหลังไปแล้ว
เขาก้มลงแนบใบหน้ากับแก้มของเว่ยอวี่จากด้านหลัง แก้มของเธอร้อนผ่าวราวกับเตาไฟเล็ก ๆ ส่วนเขากลับอดยิ้มอย่างได้ใจไม่ได้ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำสั่นสะเทือนอยู่ในอก ก่อนจะเอ่ยปลอบ “ขอจูบหน่อยได้ไหม?”
เว่ยอวี่ไม่ตอบ
เขาจึงจุ๊บแก้มเธอทีละนิด เบา ๆ จนชวนให้รู้สึกจั๊กจี้
ถ้าริมฝีปากของเขาทิ้งรอยไว้ได้ ป่านนี้แก้มเว่ยอวี่คงแดงไม่ต่างจากพุทราแล้ว
จู่ ๆ เว่ยอวี่ก็ผลักเขาออก แต่ไม่ได้เดินหนี กลับหมุนตัวแล้วเขย่งปลายเท้า จูบเขาในตอนที่เขายังยืนอึ้งอยู่
เธอไม่ใช่คนที่อดกลั้นเก่งจริง ๆ โดยเฉพาะหลังทำงานมาทั้งวัน ทั้งความอยากอาหารและการนอนหลับต่างไม่ได้รับการเติมเต็ม ความปรารถนาอีกอย่างจึงผุดขึ้นมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ
เธอพอจูบเป็นอยู่บ้าง แต่เพราะรีบร้อนจึงดูเก้กัง ซางซวี่จิ่งถึงกับโดนเธอกระแทกปากเข้าให้
เขาขำพลางบีบเนื้อนุ่มตรงเอวของเว่ยอวี่เบา ๆ ไม่เข้าใจว่านี่กำลังจูบกันหรือกำลังตะลุมบอน
โชคดีที่เว่ยอวี่เป็นคนบ้าจี้ เธอจึงสงบลงได้บ้างอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาคู่สวยพร่ามัวราวกับมีหมอกคลอ มองเขาอยู่
