ดูเหมือนจะเป็นเวินหมิงซู เว่ยอวี่จำได้ว่าก่อนหมดสติ เธอเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่เหมือนตาจิ้งจอก
“พี่สะใภ้หลับไปแล้วเหรอครับ?” ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งเข้ามารุมล้อม เดินตามเวินหมิงซูไปอย่างสนิทสนมราวกับคุ้นเคยกันมานาน
“เธอขี้อ้อน นั่งรถนาน ๆ แล้วมือเท้าก็ไม่ค่อยมีแรง” เวินหมิงซูตอบ
เว่ยอวี่โกรธจัด เธอไปขี้อ้อนตอนไหนกัน เห็นชัด ๆ ว่าเขาวางยาเธอต่างหาก เธอลองอ้าปากพูดก็แทบไม่มีแรง จึงได้แต่รวบรวมกำลังทั้งหมด กัดแผ่นหลังของชายคนนี้อย่างเคียดแค้น
ไออุ่นจาง ๆ ซึมผ่านเสื้อบางเข้ามา ฝีเท้าที่มั่นคงของเวินหมิงซูพลันชะงัก คิ้วเลิกสูง เขานิ่งไปครู่ใหญ่กว่าจะก้าวต่อ มุมปากกลับยกยิ้มอย่างมีเลศนัยยิ่งกว่าเดิม
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เวินหมิงซูเหลือบมองชายหนุ่มคนนั้น แววตาเย็นลงเล็กน้อย อีกฝ่ายจึงยอมเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
หลังจากกัดเขาแล้ว เว่ยอวี่ก็เผลอหลับไปอีกครั้ง พอลืมตาขึ้นมาอีกที เธอก็อยู่ในสถานที่แปลกหน้าแล้ว เธอนอนอยู่บนเตียง รอบตัวสะอาดสะอ้านและอบอุ่น แต่ศีรษะหนักอึ้งราวกับมีหินกองหนึ่งทับอยู่
เวินหมิงซูผลักประตูเข้ามา ยังคงยิ้มละมุนอย่างอ่อนโยน เขาทักเธอว่า “ตื่นแล้วเหรอ คุณอาจยังไม่มีแรง ผมจะยกอาหารมาให้ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
เว่ยอวี่ไม่เกรงใจเขาแม้แต่น้อย ถึงขั้นวางอำนาจเต็มที่ บ่นว่าอาหารที่เวินหมิงซูทำไม่อร่อย มื้อหน้าต้องกินซี่โครงหมูตุ๋นซานจา
เวินหมิงซูตอบตกลงอย่างใจเย็น ทั้งยังอธิบายว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมือนในเมือง เขาซื้อวัตถุดิบดี ๆ มาได้ไม่มากในเวลาอันสั้น มื้ออาหารจึงเรียบง่ายอย่างที่เห็น
เธอพอจะเดาความคิดของเวินหมิงซูออก เขาลักพาตัวเธอมาเพื่อใช้แลกกับเวินรั่งอวี้ แต่เรื่องนี้กลับสอดคล้องกับภารกิจหลบหนีครั้งที่สองของเว่ยอวี่พอดี อีกอย่าง เวินหมิงซูดูไม่มีท่าทีจะทำร้ายเธอ อยู่แบบนี้ไปสักสองสามวันก็ไม่เห็นจะเป็นไร
หลังมื้ออาหาร เธอถามเวินหมิงซูว่า “คุณจะไปบ้านฟู่เมื่อไหร่?”
เวินหมิงซูชะงัก “บ้านฟู่?”
