นับจากนั้นมา ทุกครั้งที่ตระกูลเว่ยทำของอร่อย ก็จะเรียกซางซวี่จิ่งมากินด้วย เขาแวะมากินข้าวฟรีได้ทุกสองสามวัน บ้านเว่ยอวี่แทบจะกลายเป็นบ้านของเขาไปแล้ว
พ่อเว่ยกับคุณนายเถาก็มีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน อย่างแรก ช่วงนี้ทั้งคู่ยุ่งกับงานตามปกติ คราวก่อนเว่ยอวี่ป่วย เสี่ยวจิ่งก็ช่วยพวกเขาไว้มาก การไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ย่อมไม่เสียหายอะไร
อย่างที่สอง ซางซวี่จิ่งอายุพอ ๆ กับเว่ยอวี่ก็จริง แต่พ่อแม่ของเขาอาจกลับบ้านไม่ถึงสัปดาห์ละครั้งด้วยซ้ำ เด็กคนหนึ่งต้องอยู่บ้านตามลำพัง มองแล้วก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน
เพราะตอนเย็นต้องกินข้าวด้วยกัน ซางซวี่จิ่งจึงถือโอกาสหอบการบ้านมาทำด้วย
ต่างคนต่างทำการบ้านของตัวเอง เว่ยอวี่ทำการบ้านที่ทำเสร็จได้ในโรงเรียนจนหมดแล้ว พอกลับบ้านก็แค่ตั้งใจดูคลาสเรียนชีววิทยาออนไลน์เท่านั้น
เธอนั่งฟังบทเรียนผ่านวิดีโออยู่ทางนี้ ส่วนซางซวี่จิ่งจับปากกาเขียนโจทย์อยู่ทางโน้น
พ่อเว่ยวุ่นอยู่ในครัว คุณนายเถาคอยช่วยเขา พอเดินเข้ามา เธอก็เหลือบมองห้องหนังสือก่อน เห็นบรรยากาศการเรียนเข้มข้นภายในแล้วก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก
ทำเช่นนี้ต่อเนื่องกัน 10 วัน ภารกิจทั้งสองอย่างก็สำเร็จ ได้คะแนนมา 30 คะแนน เว่ยอวี่เองก็สร้างนิสัยดูคลาสเรียนชีววิทยาทุกวันจนเป็นกิจวัตร
ภารกิจเพิ่งสิ้นสุดลง งานกีฬาสีของโรงเรียนก็มาถึง
เว่ยอวี่ไม่ได้ลงแข่งรายการไหนเลย ความสนใจของเธอจดจ่ออยู่กับการเรียน ไม่เกี่ยวข้องกับกีฬาแม้แต่น้อย
วันงานกีฬาสี เธอนั่งดูการแข่งขันอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสนามกับเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ลงแข่ง
ส่วนซางซวี่จิ่งลงแข่งไว้หลายรายการ
เว่ยอวี่มองไปไกล ๆ ก็เห็นเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่รับป้ายหมายเลขแล้วเดินออกมาจากฝูงชน ไหล่กว้างขายาว หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่น สะดุดตาเป็นพิเศษ
“เอานี่ให้” หยางเนี่ยนชูที่นั่งอยู่ข้างเธอแบ่งขนมซองเล็กให้
นักเรียนมัธยมปลายส่วนใหญ่มีเพื่อนคู่หูของตัวเอง ทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน ปกติก็สนิทกันพอสมควร หยางเนี่ยนชูมานั่งข้างเธอจึงเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาเว่ยอวี่
“ขอบใจนะ รสหวานเผ็ด ฉันชอบรสหวานเผ็ดพอดี”
