พวกเขาอ่านหนังสือถึงตอนหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งคู่สบตากันแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้
เว่ยอวี่หัวเราะจนแทบหยุดไม่อยู่ พอหัวเราะเสร็จก็รู้สึกมึนหัวไปหมด เธอฟุบลงบนโต๊ะ บรรยากาศเบิกบานยังไม่ทันจางหาย อวิ๋นไต้ก็พลันดึงชายเสื้อเธอเบา ๆ
“คืนนี้คุณกลับมานอนได้ไหม?” เขาถามเสียงเบาอย่างไม่แน่ใจ
“ได้สิ” เว่ยอวี่ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญอะไร จึงรับปากไปอย่างไม่ใส่ใจ “ขอแค่คุณไม่แกล้งฉันเหมือนเมื่อก่อนอีกก็พอ”
แกล้งงั้นหรือ?
อวิ๋นไต้พลันนึกถึงเรื่องที่ตัวเองเคยทำจนชวนให้ใจเต้นแรง ใบหน้าก็เริ่มร้อนขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เขาก้มหน้าพูดว่า “ไม่ใช่แกล้ง ผมแค่อยากให้คุณ…เกิดความสนใจในตัวผม”
เว่ยอวี่สงสัยว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า จึงเอ่ยถามอย่างงุนงง “คุณพูดว่าอะไรนะ?”
แม้อวิ๋นไต้จะเย็นชาและหยิ่งทะนงต่อหน้าคนอื่น แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เคยผ่านเรื่องบนเตียงมาก่อน ขนตาหนาและยาวของเขาราวกับเคลือบด้วยไอน้ำ สั่นระริกไม่หยุด
เขาฝืนทำใจให้สงบแล้วพูดว่า “ผมเข้ามาอยู่ในบ้านนี้หลายวันแล้ว”
เขาเหลือบมองเว่ยอวี่แวบหนึ่ง ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขยับเข้าหากันแล้วผละออก “คุณไม่เคยแตะต้องผมเลย”
เว่ยอวี่ตกตะลึง
เธอไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจนยืนนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะกุมศีรษะแล้วฟุบลงบนโต๊ะอีกครั้ง
อวิ๋นไต้เลียนแบบท่าทางของเธอ ฟุบลงข้าง ๆ แล้วกระซิบถามข้างหู “คุณรังเกียจผมหรือเปล่า?”