ทั้งสองคนมีคนหลายคนคั่นอยู่ตรงกลาง บดบังกันอยู่บ้าง แต่ก็ยังมองเห็นกันและกัน
ประธานบริษัทวัยเกินห้าสิบได้ยินเสียงจึงหันกลับมา พอเห็นเว่ยอวี่ก็เอ่ยแนะนำอย่างกระตือรือร้นว่า “มา ๆ คุณซาง นี่คือเสี่ยวเว่ยที่รับผิดชอบงานวิจัยของโครงการนี้ เดี๋ยวให้เธอเป็นคนแนะนำ”
“เสี่ยวเว่ยของเราคนนี้เป็นนักเรียนทุนที่ไปเรียนต่างประเทศมา ความรู้แน่น ฉลาด แถมยังขยัน ตอนนั้นผมลงทุนไปไม่น้อยกว่าจะรั้งเธอไว้ที่นี่ได้”
ซางซวี่จิ่งมองเธออยู่ตลอด เว่ยอวี่ไม่ได้หลบสายตา เขามองเธอ เธอก็มองเขา แล้วทำไมเธอจะมองไม่ได้ล่ะ?
ไม่กี่วินาทีต่อมา ซางซวี่จิ่งเอียงศีรษะเล็กน้อย หลบสายตา ก่อนเอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “ฟังดูเก่งมากครับ”
“ใช่ ๆ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ...” ประธานบริษัทหัวเราะร่า
ซางซวี่จิ่งเปิดสัญญาบนโต๊ะขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพูดคุยกับคนอื่นต่อ
เมื่อเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เขาก็เห็นเว่ยอวี่ยืนเงียบ ๆ อยู่กับเพื่อนร่วมงาน
เรือนผมสีดำ ดวงตาดำขลับ สวมเสื้อกาวน์สีขาวราวหิมะ รูปร่างผอมเพรียว ราวกับแสงจันทร์เย็นเยียบ สันมือใต้ปลายแขนเสื้อขาวผ่องดุจหยก เล็บมนกลมอมชมพู...
“คุณซาง? คุณซาง?”
เสียงเรียกฉุดสติกลับมา ซางซวี่จิ่งชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาไม่ใช่คนเดิมเมื่อก่อนแล้ว ต่อให้ถูกจับได้แล้วจะเป็นไรไป?
การใส่ใจเธอเป็นพิเศษ ก็อาจเป็นเพราะอยากเอาคืนไม่ใช่หรือ?
