“หยุดนะ อย่าหนี!”
“จับตัวมันไว้!”
เสียงปืนดังปัง เว่ยอวี่ได้ยินเสียงลูกน้องของพระเอกที่เพิ่งพบเมื่อครู่ตะโกนว่า “มาดูกันว่าใครกล้าหนี!”
ข้างนอกวุ่นวายไม่น้อย แต่โชคดีที่ไม่มีเสียงร้องไห้ คิดว่าคนบนเรือคงไม่เป็นอะไร
จู่ ๆ ใบหน้าก็เปียกชื้น เว่ยอวี่เบิกตากว้าง พอได้สติก็เห็นฟู่หลัวยืนอยู่ตรงหน้า กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวราวหิมะชุบน้ำเช็ดหน้าให้เธอ
เขาทำอย่างละเอียดอ่อน ทว่าเว่ยอวี่กลับรู้สึกแปลก ๆ เหมือนการกระทำนี้ใกล้ชิดเกินไปหน่อย
ระบบถามขึ้นด้วยความสงสัยไม่ต่างกันว่า “ทำไมเขาถึงเช็ดหน้าให้เธอ?”
ก่อนจะพบกับนางเอก พระเอกควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้หญิงทุกคน เพื่อรักษามาตรฐานความ “สะอาด”
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น เว่ยอวี่นึกถึงรายการโทรทัศน์ที่เคยดูตอนแอบอู้งานขึ้นมาได้ จึงวิเคราะห์อย่างผู้มีประสบการณ์ว่า
“เขาเป็นโรคกลัวเชื้อโรคไง เธอก็รู้นี่ พระเอกทุกคนมีนิสัยแบบนี้ทั้งนั้น เมื่อกี้เขายังบอกว่าฉันสกปรก ตอนนี้คงทนดูต่อไม่ไหวแล้ว”
ฟังดูมีเหตุผล ระบบพยักหน้า ค่อนข้างพอใจกับคำตอบนี้
แต่แล้วมันก็ชะงักไป ก่อนถามคำถามสำคัญขึ้นมา
“แล้วทำไมเขาถึงพาเธอไปไว้บนเตียงของเขาล่ะ?”
เว่ยอวี่ก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน
พล็อตเรื่องผิดพลาด พระเอกเปลี่ยนใจ ภารกิจล้มเหลว… คำเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวต่อเนื่อง บรรยากาศพลันหม่นหมองลง ทว่าเว่ยอวี่ก็ยังฉลาดพอ
“ก็เพราะมีสายสืบอยู่ไง! ไม่อย่างนั้นเขาจะหาฉันมาเป็นเจ้าสาวกำมะลอทำไม ตอนนี้ต้องมีคนคอยจับตาดูเขาอยู่แน่ ๆ เขาถึงได้แสดงท่าทีเหมือนชอบฉันมาก” เว่ยอวี่อธิบายอย่างมีเหตุผล
เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ระบบกลับคิดไม่ออกเสียได้
แต่ระบบไม่อยากเผยความไม่รู้เรื่องความรักต่อหน้าเจ้าของภารกิจ จึงวางท่าพูดว่า “ตอบได้ไม่เลว ผ่านบททดสอบของฉันแล้ว”
เห็นเว่ยอวี่ทำหน้าไม่ยอมรับ มันก็รีบเสริมว่า “ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่เพียงหน้าตาดี แต่ยังฉลาดมากด้วย ฝากภารกิจไว้กับเธอไม่ผิดจริง ๆ”
คราวนี้เว่ยอวี่ถึงพอใจ ปากก็ถ่อมตัวว่า “ทุกคนก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้น จริง ๆ ฉันก็แค่ฉลาดระดับปกติเอง” แต่หน้าอกกลับเชิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ
ฟู่หลัวก้มมองเธอด้วยแววตาลึกล้ำ ไม่เข้าใจว่าในหัวเล็ก ๆ นั่นกำลังคิดอะไรอยู่ ดวงตากลอกไปมา แถมยังเม้มปากทำท่าภูมิใจอีก
อยากจูบเธอให้ตายไปข้าง หรือไม่ก็กัดเธอสักคำ
เว่ยอวี่นอนอยู่บนเตียงอย่างเบื่อหน่าย ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงวุ่นวายข้างนอกก็ค่อย ๆ เงียบลง
มีคนเคาะประตูจากด้านนอก เว่ยอวี่เงี่ยหูแอบฟังว่าฟู่หลัวพูดอะไร แต่เขาอยู่ไกลเกินไป จึงฟังไม่รู้เรื่องเลย
นอนท่านี้ไม่ค่อยสบาย เว่ยอวี่ขยับตัวไปมาเหมือนหนอนผีเสื้อ ปรับท่าจนศีรษะหนุนหมอนเต็มใบ ในที่สุดก็สบายขึ้น
“เธอคงไม่หลับไปหรอกนะ อย่าลืมว่าตอนนี้เพิ่งถูกจับมัด ควรระแวดระวังและต่อต้าน…” ระบบเอ่ย
“โอ๊ย!” เว่ยอวี่ถูกจับได้ว่ากำลังคิดจะทำอะไรต่อ จึงอับอายจนกลายเป็นโกรธ รีบขัดจังหวะระบบแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า
“อย่าดูถูกฉันสิ ฉันเก่งที่สุดเรื่องนอนเล่นบนหมอนโดยไม่หลับแล้ว เมื่อก่อนฉันเล่นโทรศัพท์ท่านี้ตั้งสองชั่วโมงก็ยังไม่ง่วงเลย”
15 นาทีต่อมา
ฟู่หลัวกลับมา อุ้มเจ้าหมูน้อยที่หลับจนไม่รู้เหนือรู้ใต้ออกไปขึ้นเรืออีกลำ
เธอคงเหนื่อยมาก ถึงได้หลับสนิทขนาดนี้
ตอนแรกเขาจัดท่าอุ้มไม่ถนัด เธอจึงครางงึมงำสองครั้ง ก่อนซุกศีรษะเข้ากับอกเขา พอลมหายใจอุ่น ๆ รินรดร่างเขา เธอก็หลับต่ออย่างรวดเร็ว
แปลกจริง ตอนแรกยังหลบหน้าเขาอยู่แท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับนอนพิงอยู่ตรงหน้าเขาอย่างไม่ระแวงเลย
ตกลงเธอมีกี่บุคลิกกันแน่
.
เว่ยอวี่ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปได้อย่างไร รู้เพียงว่าพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฟ้าก็มืดแล้ว
เธอรู้สึกผิดมาก ไม่กล้าสู้หน้าระบบ
ระบบหัวเราะเยาะและด่าว่าเธอเป็นสลอธ
เว่ยอวี่เถียงเสียงเบาว่าตัวเองไม่ได้ขี้เกียจ แค่เผลอหลับไปเท่านั้น
เธอกวาดตามองรอบห้อง แล้วพบว่าที่นี่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ห้องกว้างกว่าห้องก่อนหน้าไม่รู้กี่เท่า เฟอร์นิเจอร์ครบครัน การตกแต่งผสมผสานทั้งแบบตะวันออกและตะวันตก ดูหรูหราและสง่างาม
เธอนอนอยู่บนโซฟาเบดหนังแท้สีน้ำตาลที่นุ่มฟู พื้นปูพรมลายตารางหนานุ่ม โต๊ะข้าง ๆ มีโคมไฟทองเหลืองที่เสาโคมแกะสลักลวดลายซับซ้อน ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียงทรงดอกผักบุ้งก็ดูหรูหราทันสมัย
ไม่รู้ว่าผ้าเช็ดหน้าในมือถูกแกะออกไปตั้งแต่เมื่อไร
เว่ยอวี่อยากออกไปดูข้างนอก แต่พอเพิ่งลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู ราวกับมีคนวิ่งไปส่งข่าว
ยังไม่ทันที่เว่ยอวี่จะทันตั้งตัว คนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ถือของบางอย่างมาวางเรียงบนโต๊ะอาหาร
พวกเธอไม่ได้พูดอะไรมาก พอจัดวางทุกอย่างเสร็จ หญิงวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าก็ผายมือเชิญเธอรับประทานอาหาร
เว่ยอวี่เดินเข้าไปใกล้ เห็นอาหารหลากหลายวางอยู่บนจานสีขาวสะอาด
ซี่โครงหมูตุ๋นซานจาที่เปรี้ยวหวานเข้าเนื้อ หมูแดงอบดอกกุ้ยฮวาหอมฟุ้ง ปลาฮวางฮวาใหญ่ผัดเปรี้ยวหวานกระเทียมทองสูตรพิเศษ ฟักเขียวตุ๋นแฮมรสสดชื่นบำรุงร่างกาย…
นอกจากอาหารจะมีให้เลือกมากมายแล้ว ขนมและของหวานก็มีหลายชนิดเช่นกัน ทั้งพุทราจีนเชื่อมน้ำตาล ขนมบัวลอยรังนกเหนียวนุ่มหวานละมุน และขนมซานจาอูเหมยเรียกน้ำย่อย แม้แต่น้ำแกงก็มีถึงสามอย่าง อย่างแรกคือน้ำแกงเต้าหู้ปลาชิงอวี๋ เนื้อปลานุ่มสด อีกอย่างคือน้ำแกงไก่ฉีกเปลือกส้มเฉินผีและพริกฮวาเจียวที่ยังร้อนกรุ่น ส่วนอีกอย่างคือน้ำแกงเห็ดหูหนูขาวพุทราแดงกุหลาบ รสหวานละมุนช่วยบำรุงผิวพรรณ
ไม่ว่าพระเอกจะเป็นคนยังไง แต่อาหารที่นี่อร่อยจริง ๆ
ท้องของเว่ยอวี่ราวกับเพิ่งตื่นขึ้นมา จู่ ๆ ก็หิวจนแทบทนไม่ไหว เธอนั่งลง กัดหมั่นโถวเต็มคำ รู้สึกว่าขนาดหมั่นโถวเองยังหอม นุ่ม อร่อยจนน่าเหลือเชื่อ
เพิ่งกินไปได้ไม่กี่คำ จู่ ๆ เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างกาย เธอตั้งใจกินมากเกินไป จึงไม่ทันสังเกตว่าฟู่หลัวเดินเข้ามา
จนกระทั่งฟู่หลัวนั่งลงตรงข้ามอย่างเป็นธรรมชาติ เธอถึงค่อยเข้าใจว่าอาหารมื้อนี้จัดไว้ให้พวกเขากินด้วยกัน ก็จริง คนเดียวกินไม่หมดหรอก
แต่เธอก็อดกระซิบคุยกับระบบในหัวไม่ได้ว่า “พระเอกเจ้าบทบาทมาแสดงละครอีกแล้ว”
ระบบ:…………
แน่นอนว่าต้องมีคนคอยจับตาดูเธออยู่ข้างนอก
แต่เธออยากรู้เรื่องข้างนอกขึ้นมานิดหน่อย จึงอดถามฟู่หลัวไม่ได้ว่า “ฉันออกไปข้างนอกได้ไหม?”
ฟู่หลัวมีสีหน้าเรียบเฉย “วันนี้ไม่ได้ วันหลังได้”
เห็นเธอทำหน้างงเหมือนไม่เข้าใจ เขาก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ชัดเจน ก่อนเอ่ยว่า “คืนนี้แต่งงานกัน”
สี่คำนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางฟ้า ใครได้ยินก็ต้องสะดุ้งตกใจ
แต่เว่ยอวี่กลับใจเย็นมาก
ก็เพื่อหลอกสายสืบไม่ใช่เหรอ เธอเข้าใจ พระเอกที่รักความสะอาด ซื่อสัตย์ และรักษาพรหมจรรย์อย่างเขาต้องแสดงได้สมจริงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าลับหลังเตรียมใจมามากแค่ไหน ต้องทุ่มเทไปไม่น้อยแน่
เมื่อเทียบกันแล้ว เธอกลับสบายกว่าเยอะ แค่ทำตามเนื้อเรื่องไปทีละขั้นก็พอ
ฟู่หลัวเงยหน้าขึ้น เห็นเธอมองเขาด้วยสายตาราวกับเข้าใจทุกอย่าง
“อยากพูดอะไร?” เขาถาม
เว่ยอวี่พูดอ้อม ๆ ว่า “ฉันรู้ว่าทำไมคุณถึงรีบร้อนขนาดนี้”
“เธอรู้หรือ?” ฟู่หลัวจ้องมองเธอนิ่ง ๆ
คำถามย้อนกลับนี้ทำให้เว่ยอวี่พอใจในความคิดของตัวเองอย่างมาก “ฉันก็รู้สิ” เธอฮึมฮัมตอบ
ใบหน้าเย็นชาของฟู่หลัวอ่อนโยนลงราวกับน้ำแข็งหิมะละลาย ดวงตาดำสนิทยิ่งลุ่มลึกขึ้น รู้ก็ดีที่สุดแล้ว
เพิ่งวางชามกับตะเกียบลง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นนอกประตู ดูเหมือนลูกน้องมีเรื่องจะรายงาน
ฟู่หลัวกินเร็วมาก แต่หลังกินเสร็จก็ยังไม่ลุก รอจนเว่ยอวี่วางตะเกียบลงแล้วจึงค่อยลุกขึ้น
โครงหน้าของเขาคมเข้ม สันจมูกโด่ง รับกับเสื้อโค้ตสีเข้มเนื้อผ้าทรงสวย ท่วงท่าสง่าผ่าเผยและหล่อเหลา ระหว่างเดินออกไป เขาเหลือบมองเว่ยอวี่พลางเอ่ยว่า “มีอะไรก็เรียก คนข้างนอกใช้ได้ทุกคน”
พอเขาออกไป คนที่รออยู่ด้านนอกก็รีบเข้ามาถามว่าจะจัดการทรัพย์สินที่ยึดมาจากบนเรืออย่างไร
ฟู่หลัวสั่งลวก ๆ ให้เอาไปเก็บไว้ในคลัง
อีกฝ่ายดูเหมือนจะพูดถึงเรื่องอื่นต่อ เว่ยอวี่ได้ยินคลับคล้ายคำว่า “เตรียม” อยู่ไม่กี่คำ ก่อนพวกเขาจะเดินห่างออกไป จนฟังอะไรไม่รู้เรื่องอีก
