“ไม่กินอะไรเลยเหรอ?” คุณแม่เถาแทบจะหมดความอดทน “ตั้งแต่พ่อแกเริ่มทอดของ แกก็เริ่มกินแล้ว แค่ที่แม่เห็นก็มีแป้งทอดงาหนึ่งลูก เผือกห่อทอดสองชิ้น ปลาแผ่นทอดสองชิ้น เต้าหู้ทอดอีกชิ้น ซี่โครงทอด แล้วตอนนี้ยังแทะน่องไก่ชิ้นโตอยู่เลย แกยังจะบอกว่าไม่ได้กินอะไรอีกเหรอ?”
เว่ยอวี่นึกย้อนดูแล้ว ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เธอหรี่ตายิ้มแห้ง ๆ อย่างรู้สึกผิด ก่อนจะออดอ้อนเอาแต่ใจ “หนูลืมไปแล้วค่ะ นึกว่าพ่อเป็นคนกินหมดเสียอีก”
คุณพ่อเว่ยผู้บริสุทธิ์เดินออกมาจากห้องครัว ได้ยินเพียงประโยคนี้ก็รีบเออออตามลูกสาว “พ่อกินเอง มีอะไรเหรอ?”
เว่ยอวี่หัวเราะจนตัวงอ พอหยุดหัวเราะก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “รักพ่อนะคะ”
“พ่อก็รักลูก” คุณพ่อเว่ยตอบทันที
คุณแม่เถาจนปัญญา “ตามใจลูกเข้าไปเถอะ”
ครอบครัวกำลังหยอกล้อหัวเราะกันอยู่ จู่ ๆ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น คุณแม่เถาเปิดประตูอย่างสงสัย แต่พอเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ยิ่งประหลาดใจ
“เสี่ยวจิ่ง อ้าว ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่ได้กลับบ้านพร้อมแม่เหรอ?”
“กลับมาแล้วครับคุณน้า ผมนอนไม่ค่อยหลับที่บ้านฝั่งนั้น ก็เลยกลับมาก่อน เว่ยอวี่อยู่ไหมครับ? ผมอยากคุยกับเธอสักสองสามคำ” ซางซวี่จิ่งยิ้มตอบ
คุณแม่เถาชะโงกหน้าเรียกเว่ยอวี่ให้ออกมา
เว่ยอวี่เดินออกมาจากข้างใน ซางซวี่จิ่งก้มหน้ามองเธอพร้อมรอยยิ้ม
เขาสวมเสื้อขนเป็ดยาวทรงเสื้อกันลม รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกสง่างามเย็นตา เพียงเข้าใกล้ก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา คงเพิ่งกลับมาจากข้างนอก
