ตอนที่เว่ยอวี่ย้ายมาเรียนที่นี่ ภาคเรียนนี้ก็ใกล้จะจบลงแล้ว
ไม่นานนัก ปลายภาคเรียนก็มาถึง
การสอบเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่เว่ยอวี่ไม่ใส่ใจ เพราะที่บ้านก็ไม่ได้คาดหวังให้เธอทำคะแนนได้ดีอะไรอยู่แล้ว
เสิ่นอิงอิงยังรอเธออยู่ที่บ้าน
เธอขึ้นรถกลับบ้านอย่างรวดเร็ว แล้วบอกลาสถาบันไฮโซแห่งนั้น
ช่วงวันหยุดแสนสบายและสนุกสนาน เริ่มแรกเธอเกิดสนใจเปียโนขึ้นมา ทุกวันเธอจะนั่งอยู่หน้าเปียโนอย่างจริงจัง ขยับนิ้วบรรเลงเพลงที่ฟังแล้วสะเทือนฟ้าดินจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
เว่ยเฉิงนึกเสียใจที่ซื้อเปียโนมาตั้งไว้ในบ้าน
เขาทนฟังเพลงเปียโนแหลมสูงชวนหดหู่อยู่หนึ่งสัปดาห์ ตอนแรกคิดว่าตัวเองคงชินแล้ว แต่กลับพบว่าตนเริ่มฟังคำพูดของลูกน้องไม่ค่อยชัด
เว่ยเฉิงตัดสินใจทำอะไรสักอย่างก่อนที่ตัวเองจะหูหนวก
ตอนเขาเดินเข้าไป เว่ยอวี่กำลังนั่งอยู่หน้าเปียโน หลับตาพริ้ม สีหน้าเคลิบเคลิ้ม
เว่ยเฉิงใจลอยไปชั่วขณะ น้องสาวผิดอะไรเสียที่ไหน เธอก็แค่ชอบดนตรีเท่านั้นเอง การทำให้คนที่รักเสียงดนตรีรู้ตัวว่าไร้พรสวรรค์ เป็นเรื่องโหดร้ายที่สุดในโลก
“อวี่อวี่”
เว่ยอวี่ได้ยินเสียงเรียกจึงเงยหน้าขึ้น
“ต่อไปเล่นเปียโนให้น้อยลงหน่อยได้ไหม?” เว่ยเฉิงเอ่ยถาม
“ทำไมล่ะ?” เว่ยอวี่เบิกตากว้าง จ้องเขาเขม็ง “พี่คิดว่าฉันเล่นไม่เพราะเหรอ?”
“เปล่า” เว่ยเฉิงรีบตอบ “เพราะเกินไปต่างหาก เพลงที่เธอบรรเลงงดงามมาก เธอควรหวงแหนการแสดงของตัวเอง ถ้าใคร ๆ ก็ได้ฟังเพลงเปียโนของเธอ มันก็จะดูด้อยค่าไป”
