เดิมทีเว่ยอวี่เป็นดาราที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง คนอื่นเรียกแฟนคลับด้วยฝีมือการแสดงและความสามารถ ส่วนเธอใช้ความน่ารักออดอ้อน
บางทีนี่อาจเป็นพรสวรรค์ที่สาวหวานมีติดตัวมาแต่กำเนิด เธอใช้ความสามารถในการทำตัวน่ารักออดอ้อนอันยอดเยี่ยมเรียกแฟนคลับกลุ่มใหญ่ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาพอเห็นเธอก็ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความเอ็นดู เรียกตัวเองว่าแม่ ๆ ของเธอ
แต่วันเวลาอันรุ่งโรจน์ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้เว่ยอวี่เป็นเพียงพนักงานใหม่ในวงการทะลุมิติ
เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ระบบบอกว่าหากทำภารกิจสำเร็จและสะสมคะแนนได้มากพอ เธอก็จะกลับไปยังโลกของตัวเองได้อีกครั้ง
นี่เป็นภารกิจแรกที่เว่ยอวี่ได้รับ เธอฟังระบบอธิบายรายละเอียดภารกิจอย่างประหม่า
“ภารกิจของคุณคือรับบทนางรองในบทละคร หรือก็คืออดีตภรรยาของพระเอก”
“พระเอกชื่อฟู่หลัว เป็นผู้มีอิทธิพลในโลกใต้ดินที่เด็ดขาดคำไหนคำนั้น เพื่อหลอกล่อสายตาสอดแนมและสร้างภาพว่าหลงใหลในสตรีงาม เขาจึงจับคนจากเรือมาคนหนึ่งแล้วแต่งงานด้วยตามอำเภอใจ คนคนนั้นก็คือคุณ”
“คุณขัดขืนจนถึงที่สุดและหนีหลายครั้ง แต่ภายนอกนั้นอันตรายมาก คุณอยู่ตัวคนเดียวและตกอยู่ในสถานการณ์คับขันหลายต่อหลายหน ทุกครั้งฟู่หลัวเป็นคนช่วยคุณกลับมา คุณรู้สึกสับสน แต่มีคนที่หมายปองอยู่ก่อนแล้ว”
“ครั้งหนึ่งระหว่างการซื้อขายของแก๊งอิทธิพลเถื่อนเกิดการปะทะกัน คุณเอาตัวบังลูกกระสุนให้ฟู่หลัว ชดใช้บุญคุณที่เขาช่วยชีวิตคุณ แล้วก็เป็นอิสระเสียที”
“หลังจากคุณตาย แผนการของพระเอกล้มเหลว เขาติดกับและบาดเจ็บโดยไม่คาดคิด พยาบาลสาวที่ลูกน้องของเขาจับตัวมา หรือก็คือนางเอก ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างราบรื่น”
“จากนั้นพระเอกกับนางเอกก็รักกันปะทะกัน ผ่านเรื่องราวมากมาย กว่าจะได้ลงเอยกัน แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นทีหลัง ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”
ระบบอ่านเนื้อหาในบทละครจบก็เงยหน้ามองเว่ยอวี่ ถามไถ่อย่างเอาใจใส่ “ฟังเข้าใจไหม?”
เว่ยอวี่พยักหน้า “เข้าใจค่ะ”
ระบบพูดต่อยืดยาวว่า
“ภารกิจของคุณคือรับบทนางรองในบทละคร เมื่อภารกิจจบ ระบบจะให้คะแนนและมอบคะแนนสะสมตามผลงาน ระหว่างทำภารกิจก็มีโอกาสกระตุ้นภารกิจเพิ่มเติมเพื่อรับคะแนนได้เช่นกัน”
“หากได้คะแนนต่ำกว่า 60 จะถือว่าไม่ผ่าน หากไม่ผ่านสามครั้ง ความร่วมมือของเราจะสิ้นสุดลง”
เว่ยอวี่เข้าใจความหมายแฝงของระบบดี การสิ้นสุดความร่วมมือก็หมายความว่าเธอจะหมดโอกาสกลับมาเกิดใหม่ ทำได้แค่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในโรงพยาบาลไปตลอดชีวิต
เธอรีบพยักหน้าแรง ๆ “ฉันจะพยายามให้เต็มที่ค่ะ”
ระบบมองเธอด้วยสายตาไร้ความรู้สึก ฐานข้อมูลระบุว่านี่เป็นภารกิจที่ยังไม่มีใครทำสำเร็จจนถึงตอนนี้
ผ่านไปครู่ใหญ่ ระบบเตือนด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า
“ในโลกภารกิจ คุณอาจได้รับอิทธิพลจากบทบาทในบทละคร อย่าลืมว่าคุณเป็นแค่นางรอง คนที่พระเอกรักมีเพียงนางเอกเท่านั้น”
“เข้าใจแล้วค่ะ!” เว่ยอวี่รับคำด้วยสีหน้าจริงจัง
.
เมื่อการส่งตัวสิ้นสุดลง เว่ยอวี่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกตรงหน้าก็เปลี่ยนไปแล้ว
เธออยู่ในห้องแคบ ๆ กลิ่นเค็มชื้นลอยอยู่ในอากาศ ข้างหูมีเสียงผู้คนเดินไปมาและพูดคุยกันจอแจ ดูเหมือนเธอจะอยู่บนเรือโดยสารเดินสมุทรแบบเก่าลำหนึ่ง
ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลเนื้อเรื่องในหัวก็อัปเดตขึ้นมา
เธอชื่อเว่ยอวี่ เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเว่ย เพราะไม่พอใจเรื่องการแต่งงานที่บิดาจัดการให้ จึงเลือกหนีการแต่งงานไปกับคนที่หมายปอง
แต่พอถึงวันที่นัดกันไว้ คนที่หมายปองกลับไม่มา ส่วนคนรับใช้ของตระกูลเว่ยไล่ตามมาถึง เธอจึงต้องขึ้นเรือตามลำพังเพื่อหลบหนี
ยังไม่ทันมีเวลาให้คิด ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นในหัวแล้ว “เปิดภารกิจท้าทาย: หาอาหาร”
“ทำภารกิจสำเร็จจะได้รับ 10 คะแนน หากล้มเหลวจะไม่หักคะแนน เวลาที่เหลือ 12 ชั่วโมง”
ในตอนนั้นเอง ความทรงจำอีกส่วนหนึ่งค่อย ๆ ฟื้นคืนมาในหัวของเว่ยอวี่
แม้ร่างเดิมจะพกทรัพย์สินติดตัวมาด้วยตอนหนี แต่ตอนขึ้นเรือเพื่อหลบคนรับใช้ที่ตามจับ เธอรีบร้อนเกินไปจนทำห่อสัมภาระที่เก็บไว้ตก ยังไม่กล้าแม้แต่จะย้อนกลับไปเก็บ พอเรือออกเดินทางและทุกอย่างสงบลง เธอกลับไปหา ห่อสัมภาระก็หายไปแล้ว
พูดอีกอย่างก็คือ ตอนนี้เธอเป็นยาจกที่ไม่มีเงินติดตัวสักแดง
ตัวเลขนับถอยหลังบนแถบภารกิจทำให้คนร้อนใจ เว่ยอวี่จึงรีบลงมือทันที
เธอค้นห้องจนทั่ว แต่แม้แต่เศษขนมปังก็ยังไม่เจอ จึงจำใจออกไปหาเบาะแส
บนดาดฟ้าเรือมีคนไม่น้อยยืนมองทะเล บ้างเดินทางไปต่างประเทศเพื่อตามหาญาติ บ้างไปเรียนต่อที่อื่น เว่ยอวี่พิงราวเรือพลางคิดในใจว่า จะมีปลาหรือกุ้งกระโดดขึ้นมาให้เห็นบ้างไหมนะ
ตอนนั้นเอง เธอพลันรู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองอยู่
พอหันกลับไป ก็เห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาอ่อนผู้มีท่วงท่าสุภาพอบอุ่นกำลังมองเธอพร้อมรอยยิ้ม
“สวัสดีคะ?” เว่ยอวี่เอียงศีรษะเล็กน้อย ทักทายด้วยความสงสัยอยู่บ้าง
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ก่อนยืนเคียงข้างแล้วเอ่ยว่า “ผมชื่อเวินรั่งอวี้ ไม่ทราบว่าคุณหนูชื่ออะไรครับ?”
เว่ยอวี่คุยกับเขาอยู่ครู่หนึ่ง จึงได้รู้ว่าต้องจ่ายเงินถึงจะกินอาหารบนเรือได้ อาหารที่ถูกที่สุดก็ยังราคา 1 หยวน
เธอไม่มีเงิน
เว่ยอวี่ห่อเหี่ยวลงราวกับลูกโป่งที่ลมรั่ว หมดแรงจะพูดไปชั่วขณะ
เธอลาเวินรั่งอวี้ ตั้งใจจะลองคิดหาวิธีอื่น ส่วนเวินรั่งอวี้ก็ยังมองตามเธอไปอย่างอาลัยอาวรณ์
แม้แต่ระบบยังดูออกว่าคุณชายผู้ร่ำรวยคนนี้คิดอย่างไร ทว่าผู้ใช้ของมันกลับไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย
“ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว” ระบบเตือน
เว่ยอวี่อ้ำอึ้ง “ที่จริงฉันคิดวิธีหนึ่งออกแล้วค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า”
ตามจริงระบบไม่ควรคุยเรื่องพวกนี้กับพนักงาน แต่เธอเป็นพนักงานที่แย่ที่สุดเท่าที่มันเคยดูแลมา อุตส่าห์ขะมักเขม้นตั้งนานเพิ่งจะพอคิดอะไรออก แถมยังขี้กลัวลังเลอีกต่างหาก
ระบบกลัวว่าถ้าไม่ให้กำลังใจ เธอจะมัวลังเลจนพลาดเวินรั่งอวี้ สุดท้ายต้องหิวโหย จึงข่มความอดทนแล้วตอบสั้น ๆ ว่า “ว่ามา”
“คุณว่า ถ้าฉันไปขอทาน พวกเขาจะให้ข้าวฉันไหมคะ?” น้ำเสียงของเว่ยอวี่ไต่สูงขึ้นเล็กน้อย ดูท่าทางจะตื่นเต้นกับไหวพริบของตัวเองมาก
ระบบแทบไม่อยากเชื่อ ก่อนตอบอย่างเด็ดขาดว่า “ไม่”
เว่ยอวี่ผิดหวังอย่างหนัก สีหน้าหม่นหมองลง
ระบบรู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม น้ำเสียงจึงมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง “คุณเป็นดารามาตั้งนาน ไม่ได้เรียนรู้อะไรติดตัวมาเลยหรือไง?”
เว่ยอวี่ตอบอย่างอ้ำอึ้ง “งั้นถ้าฉันไปร้องเพลงของวง พวกเขาจะให้เงินไหมคะ?”
ระบบ: …
“ที่จริงฉันยังทำอย่างอื่นได้อีกนะคะ ฉันทำมือเป็นรูปหัวใจข้างแก้มได้ ขยิบตาก็ได้ เล่านิทานก็เป็น...” เว่ยอวี่ตาเป็นประกาย พอพูดถึงความสามารถที่ตัวเองถนัด อกก็ผายขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ตอนนั้นเองระบบถึงได้ตระหนักว่ามันผูกพันกับลูกแมวน้อยแสนสวยที่เก่งเรื่องออดอ้อนประจบเอาใจ ทั้งหวานทั้งน่ารัก ไม่แปลกที่มนุษย์จะชอบเธอ แต่เห็นได้ชัดว่าวิธีนี้ใช้ในภารกิจไม่ได้
“อย่าทำตัวผิดจากบทบาท คิดหาวิธีอื่นด้วยสมองของคุณ” ระบบพูดอย่างเย็นชา
เว่ยอวี่หน้ามุ่ย
ที่จริงก็โทษเธอไม่ได้ เมื่อก่อนเธอใช้วิธีนี้อยู่หน้ากล้องและบนเวทีจนเคยชิน สิ่งที่ถนัดก็มีแค่นี้ จู่ ๆ ก็ต้องมาอยู่ในโลกแบบนี้ แค่ไม่บ่นก็นับว่าดีมากแล้ว
ไม่รู้ทำไมความคิดของระบบถึงเตลิดไปไกล มันตัดสินใจให้คำใบ้แก่เธอ
“เวินรั่งอวี้เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย”
ขอแค่เธอผูกมิตรกับอีกฝ่าย แล้วเล่าให้ฟังว่าตัวเองกำลังลำบาก เขาย่อมไม่ยืนดูเฉย ๆ อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่า ก่อนถูกพระเอกจับตัวกลับไป เธอจะไม่อดตาย
เว่ยอวี่เงยหน้าพรวด “คุณหมายความว่าฉันขอทานจากเขาได้เหรอคะ?”
ระบบ: …
มันยอมแพ้ที่จะช่วยเธอแล้ว
เอาเถอะ เว่ยอวี่ไม่ได้รับคำตอบก็รู้ว่า ระบบปฏิเสธวิธีนี้อีกแล้ว
เธอคงต้องคิดหาวิธีอื่น เว่ยอวี่ใช้ความคิดไปพลางเดินกลับไปพลาง แต่ความรู้สึกว่ามีคนจับตามองยังไม่หายไป
จู่ ๆ เธอก็หันขวับไปมอง ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่มีอะไรผิดปกติ
ดูเหมือนเธอจะระแวงเกินไปเอง
พอดีกับที่มีคนสวมเสื้อผ้าสีน้ำตาลเทาเดินผ่านไปอย่างรีบร้อน มือถือถาดอาหาร
ดวงตาของเธอเป็นประกาย รีบเดินตามเขาไปจนถึงห้องครัว
.
ในห้องครัวมีคนสองสามคนกำลังเด็ดผักและหั่นผัก ส่วนชายร่างสูงผอมแห้งคนหนึ่งกำลังผัดอาหาร กลิ่นหอมของผักและเนื้อผสมคลุ้งเข้ามาปะทะจมูก ชวนให้น้ำลายสอ
ที่หน้าประตูเปิดอยู่ มีศีรษะกลม ๆ โผล่แอบมองเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดวงตากลมดำจ้องมองคนข้างใน
หญิงที่กำลังเด็ดผักเห็นเธอ จึงเตือนว่า “คุณหนู ที่นี่เป็นที่ทำงาน ทั้งควันทั้งไฟ รีบกลับไปเถอะค่ะ”
ตอนแรกเว่ยอวี่ตั้งใจจะมาดูว่าพอจะหาเศษอาหารแถวนี้มายัดท้องได้บ้างไหม ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่เยอะขนาดนี้ จึงรู้สึกกระดากอายขึ้นมาทันที
