พวกเขาเพิ่งมาถึงปากหมู่บ้าน เว่ยอวี่ก็เห็นคุณย่าที่มายืนรออยู่ตรงนั้นแล้ว
คุณย่าพยายามยืดตัวตรง พลางชะเง้อมอง แม้อายุจะมากแล้ว ใบหน้ามีริ้วรอยอยู่ไม่น้อย ผมทั้งศีรษะเป็นสีเทาเงิน แต่ร่างกายยังแข็งแรง ดวงตาเปี่ยมชีวิตชีวา เป็นหญิงชราที่ดูเรียบร้อยและเมตตา
“คุณย่า” เว่ยอวี่วิ่งพรวดเข้าไปหา
คุณย่าไม่ได้เจอเธอมานาน คิดถึงจนแทบใจจะขาด มือเหี่ยวย่นหย่อนคล้อยโอบกอดเธอไว้ พลางตบไหล่และสำรวจว่าเธอผอมลงหรือเปล่า ก่อนจะฟังเธอพูดด้วยรอยยิ้ม
สองย่าหลานพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เว่ยอวี่ก็ลากเสิ่นเฮ่อเหมียนที่ระหว่างทางยังคึกคักเต็มไปด้วยพลัง แต่พอมาถึงจุดหมายกลับเขินอายขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยออกมาแนะนำให้คุณย่ารู้จัก
ตอนเว่ยอวี่มาถึง เธอเคยเกริ่นเรื่องนี้กับคุณย่าไว้แล้ว คุณย่าไม่ได้พูดอะไร นี่คือหลานรักของเธอ จะยกให้คนอื่นไปง่าย ๆ ได้อย่างไร ยังต้องพิจารณาเขาให้ดีเสียก่อน ดังนั้นหญิงชราจึงเพียงยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วชวนทั้งคู่กลับไปกินอาหารที่เธอทำ
การเดินทางบนเขาไม่สะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็ล้าหลัง แถมช่องทางหารายได้ยังมีไม่มาก สภาพแวดล้อมที่สดชื่นเป็นธรรมชาติและอาหารรสชาติดั้งเดิม จึงนับเป็นข้อดีไม่กี่อย่างที่พอจะนำมาอวดได้
คุณย่าตุ๋นไก่ที่เลี้ยงไว้บนเขาหนึ่งตัว ใส่พุทราแดงลูกโตที่ปลูกเองกับเห็ดที่เก็บมาตากแห้งเอง เนื้อไก่แน่น น้ำซุปหอมหวาน นอกจากนี้ยังมีผัดผักสดที่ปลูกเองอีกหลายอย่าง
