สวี่เต๋อหลินกล่าวจบ อิงหลงเฟยกับอิงไห่ซานก็ผงกศีรษะ พลางมองเซียนยุทธ์ด้วยความเลื่อมใส
แต่ตี้หลงเซวียนฟังแล้ว กลับเอ่ยเพียงว่า “ก็แค่นี้เอง ก็แค่เซียนยุทธ์นี่”
ก่อนมีประตูลึกลับ ก่อนมีร่างอสูรบรรพกาล ตี้หลงเซวียนเคยเคารพบูชาเซียนยุทธ์อย่างมากจริง ๆ
เพราะเขาเคยได้ยินอาจารย์ทั้งห้าบอกว่า เซียนยุทธ์เป็นจุดสูงสุดของยุทธภพโลกมนุษย์
แต่ว่า พอมีประตูลึกลับ
พอมีร่างอสูรบรรพกาลแล้ว!
ในสายตาตี้หลงเซวียน มีเพียงมหาสมุทรดารา เซียนยุทธ์ไม่อาจเป็นจุดสูงสุด ไม่อาจเป็นปลายทางอีกต่อไป
แต่คำพูดของเขากลับสร้างความไม่พอใจให้สวี่เต๋อหลินขึ้นมาทันที
“ไอ้หนุ่ม แกโอหังเกินไปแล้ว ถึงแม้จะมีตำแหน่งแม่ทัพ ทว่าวงการยุทธ์กดทับโลกหล้าไว้ เซียนยุทธ์ก็เหมือนดวงจันทร์กลางฟ้า หนึ่งในล้านคนก็ใช่ว่าจะมีสักคน แกมีสิทธิ์อะไรไปดูถูกเซียนยุทธ์!”
“เซียนก็คือคน พวกเราที่ฝึกฝนยุทธ์ก็เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด หากแหงนเห็นจันทร์ แล้วปิดกั้นขีดจำกัดตัวเองเสีย แล้วฝึกยุทธ์ไปเพื่ออะไร? แค่เพื่อสนองอารมณ์ที่ชอบกดขี่คนธรรมดางั้นหรือ?”
ตี้หลงเซวียนกล่าวเรียบๆ
คำกล่าวนี้ออกไป อิงหลงเฟยกับอิงไห่ซานก็อึ้งงัน!
แววตาที่มองตี้หลงเซวียน เพิ่มความเคารพขึ้นหลายส่วน
คนหนุ่มเลือดร้อน ม้าศึกชุดงาม ใช่ว่าจะหมายถึงความไม่เอาถ่าน แต่ใครบ้างจะไม่อิจฉาในความสง่างามเช่นนี้!
ฝึกยุทธ์ ถ้าไม่ใช่เพื่อก้าวสู่ขีดจำกัด แล้วเพื่ออะไร?
คำถามนี้ แม้จะทำให้รู้สึกราวหูอื้อไปชั่วขณะ!
สวี่เต๋อหลินได้ฟัง ก็ใจสั่นสะท้าน เมื่อก่อนเขาเองก็เคยเป็นอัจฉริยะฝึกยุทธ์ของตระกูล
