“หลังฟ้ามืดเมื่อครู่ ข้าออกมารอแม่พอดี แล้วก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งสูงประมาณนี้ มีไฝดำเม็ดใหญ่บนจมูก กำลังปิดปากเสี่ยวเป่าแล้วพาตัวไป! ตอนนั้นมืดแล้ว ในหมู่บ้านไม่มีใครเดินไปมา เขายังใช้ทางบนเขาที่ไม่มีคนผ่านอีก ข้าไม่กล้าส่งเสียง เลยได้แต่แอบตามไป!”
เมื่อฤดูร้อนปีก่อน เขาเคยถูกเด็กโตหลายคนในหมู่บ้านผลักตกแม่น้ำ ต้าฮวาเห็นเข้า จึงคว้ากิ่งไม้มาช่วยดึงเขาขึ้นมา
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ได้คุยกันบ้างเป็นครั้งคราว
เขาเคยเห็นต้าฮวาพาเสี่ยวเป่าไปด้วย จึงรู้ว่าต้าฮวารักและทะนุถนอมเสี่ยวเป่ามาก ถึงได้ตามไป
“เขาพาเสี่ยวเป่าไปที่ไหน?” จือจือถามอย่างร้อนใจ
แม้เด็กชายจะอายุยังน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง
นางเชื่อใจเขา
การใช้ทางบนเขาคงไม่ได้มุ่งหน้าไปอำเภอ หากตามไม่ทัน เกรงว่าจะตามหาไม่พบอีก
ในยุคที่ปิดกั้นและล้าหลังเช่นนี้ หากพลัดพรากกัน เกรงว่าชั่วชีวิตก็ยากจะได้พบกันอีก
แม้จือจือยังทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ว่าตนแต่งงานแล้วและมีลูกถึงหกคน แต่...นางก็มีความรับผิดชอบอยู่บ้าง
นั่นเป็นสิ่งที่พ่วงมากับการรับร่างนี้มา
นางจะเอาแต่ร่างกาย แต่ไม่เอาลูกไม่ได้
เพราะฉะนั้น...นางต้องพาเสี่ยวเป่ากลับมาให้ได้
เจียงจื่อเหยียนเห็นนางร้อนใจ จึงไม่พูดเรื่องอื่นอีก “เสี่ยวเป่าถูกพาไปที่บ้านคนขายเนื้อเชิงเขาหมู่บ้านตระกูลหลี่ข้าง ๆ!”
“ขอบใจนะ!” เมื่อรู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน จือจือก็ไม่อยากเสียเวลาอีก
ถ้าพวกนั้นรู้ตัวแล้วเปลี่ยนที่ซ่อน คงเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรจริง ๆ
