หัวใจของจือจือพลันอ่อนยวบลงทันที
ตั้งแต่จู่ ๆ ก็โยนเด็กน้อยทั้งหกเข้าไปในมิติ นางก็ไม่มีแรงเหลือมาดูแลพวกเขาเลย แม้แต่ตอนส่งเจ้าตัวเล็กที่สุดเข้าไปในมิติ นางก็ส่งไปไว้ในห้องโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่มีเวลาไปดูพวกเขา
นางนึกว่าพอเข้าไปในมิติแล้วจะเห็นเด็กน้อยทั้งหกกับเจียงจื่อเหยียนร้องไห้จ้า หรือไม่ก็หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะสงบกันได้ขนาดนี้
สงบถึงขั้นหางานทำเองด้วยหรือ?
“อู่เป่า เสี่ยวเป่า! อย่าวิ่งสิ แม่ไม่ไปไหนแล้ว!”
นี่เป็นครั้งแรกที่จือจือสัมผัสได้อย่างแท้จริงว่าการเป็นแม่รู้สึกอย่างไร
คำว่าแม่ไม่ไปไหนก็หลุดปากออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ รู้สึกว่าไม่ได้ยากเย็นอะไรอย่างที่คิด
“แม่… อู่ฮวามองไม่เห็นแม่ กลัวจังเลย!” แม้อู่ฮวาจะดูไม่แข็งแรงเท่าเสี่ยวเป่า แต่พูดได้ชัดถ้อยชัดคำ
ศีรษะยังใหญ่กว่าลำตัวมาก แต่ก็มีเนื้อหนังขึ้นมาบ้างแล้ว เสื้อผ้าที่สวมก็สะอาดพอดีตัว ดูสบายตากว่าตอนเจอกันครั้งแรกไม่รู้ตั้งเท่าไร
โดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น ขนตายาวกะพริบพราว ขณะเงยหน้ามองนางด้วยแววตาออดอ้อนเต็มเปี่ยม ชวนให้ใจอ่อนจนธารน้ำแข็งยังละลายได้
ส่วนเสี่ยวเป่าก็ร้องเรียกอย่างซื่อ ๆ ว่า “แม่… อุ้ม!”
จือจือย่อตัวลงช้า ๆ แล้วโอบเด็กน้อยไว้คนละข้าง “เจ้าตัวเล็กของแม่ ทำไมถึงน่ารักว่าง่ายกันขนาดนี้นะ? ช่วยแม่ทำงานเป็นแล้วด้วย!”
อู่ฮวาพยักหน้าแรง ๆ “อู่ฮวาว่าง่ายที่สุด รักแม่ที่สุดเลย!”
พอเสี่ยวเป่าได้ยินพี่ห้าบอกรักแม่ ก็รีบร้อนพูดตาม “เสี่ยว… เป่า ว่าง่าย รัก… แม่”
