บ้านของเจียงซูหลิงอยู่ชายขอบหมู่บ้านเหมือนกัน อยู่ไม่ไกลจากบ้านของจือจือ
ตัวบ้านตั้งชิดริมแม่น้ำที่แห้งขอด เป็นบ้านอิฐเขียวมุงกระเบื้อง ประตูบานสูงสีดำแกะสลักอย่างประณีต หาได้ยากยิ่งในหมู่บ้าน
ก็ไม่แปลกที่ตอนพวกนางเพิ่งย้ายเข้ามาในหมู่บ้าน จะก่อให้เกิดเสียงฮือฮาไม่น้อย
น่าอิจฉาจริง ๆ!
ตอนนี้จือจือไม่ได้อิจฉาตึกสูงในยุคปัจจุบันแล้ว แค่อยากมีบ้านแบบนี้สักหลังก็พอ!
ขณะที่กำลังทอดถอนใจ จู่ ๆ นางก็เห็นเด็กหญิงทั้งห้าคนคุกเข่าลงต่อหน้าอย่างคล่องแคล่ว
“…………” ช่างเป็นฉากที่น่าอึดอัดชะมัด
โตมาจนอายุป่านนี้ นางเพิ่งถูกคนคุกเข่าให้เป็นครั้งแรก แถมยังมาพร้อมกันถึงห้าคนอีกหรือ?
เมื่อลองค้นความทรงจำดู เจ้าของร่างเดิมเคยทำเรื่องให้พวกนางคุกเข่า แถมยังไม่ให้ข้าวกินจริง ๆ
เจียงซูหลิงเองก็มองจือจืออย่างประหลาดใจอยู่บ้าง
ท่าทางของนางดูไม่เหมือนคนที่จะบังคับให้เด็ก ๆ คุกเข่าเลย
“ลุกขึ้นให้หมด ข้าไม่ได้โทษพวกเจ้าเสียหน่อย!” จือจือก้มตัวลงเล็กน้อยทั้งที่ท้องโต แล้วดึงต้าฮวาให้ลุกขึ้น “ต่อไปห้ามคุกเข่าให้ใครตามใจชอบ รวมถึงข้าด้วย!”
นางเป็นคนยุคปัจจุบัน จะให้ยอมรับการคุกเข่าแบบนี้ได้อย่างไรกัน
หลังกล่าวขอบคุณเจียงซูหลิงแล้ว นางก็พาเด็กน้อยทั้งหกกลับบ้าน
รถม้าจอดอยู่ในลานบ้านแล้ว
“ท่านแม่ ทำไมบ้านเราถึงมีรถม้าล่ะ?” ซื่อฮวาอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ น้ำเสียงน่าเอ็นดูสมวัย
ถึงกับยื่นมือไปลูบขาม้าด้วย
ม้าดูเหมือนจะชอบที่นางลูบ มันหันหัวกลับมา แล้วถูไถข้างศีรษะของนางเบา ๆ
