เฒ่าจางไม่คิดว่าจือจือจะกล้าลงมือ จึงไม่ได้ระวังตัวเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายถูกเตะเข้าเต็ม ๆ
ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเองก็คิดไม่ทันไปชั่วขณะ
ครั้นเห็นจือจือที่กำลังท้องแก่ นางก็รู้สึกว่าตนคิดมากเกินไปแล้ว จึงชี้หน้าเฒ่าจางพลางด่าว่า “เอ็งนี่มันจางเหล่าเหนียนจริง ๆ อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นญาติร่วมตระกูลกัน เอ็งยังต้องเรียกเขาว่าอาด้วยซ้ำ มีที่ไหนกันเอาความสกปรกมาป้ายให้ญาติผู้ใหญ่ของตัวเองแบบนี้?
ดูเสียบ้างว่าท้องลูกสะใภ้เอ็งโตขนาดไหนแล้ว ยังกล้าแต่งเรื่องใส่ร้ายนางได้อีกหรือ? ถุย! ไอ้คนไร้ยางอาย! ข้าว่าเอ็งคงสกปรกโสมมเสียเอง ถึงได้อยากให้คนอื่นเป็นเหมือนเอ็งสินะ?
เรื่องที่เอ็งมุดกองฟางกับแม่ม่ายหลิว ชาวบ้านรู้กันตั้งเท่าไรแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะตาแก่บ้านข้าบอกให้พวกเขาอย่าเอาไปโพนทะนา กลัวเอ็งจะไม่มีหน้าไปพบใคร เอ็งคงขายหน้าจนไม่เหลือชิ้นดี!
แต่เอ็งกลับไม่สำนึกบุญคุณ แล้วยังกล้าป้ายสีเขาต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านอีกหรือ? ตาแก่บ้านข้าเป็นคนอย่างไร ข้ารู้ดีกว่าใครทั้งนั้น ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด!”
“แม่ม่ายหลิวอะไร? แม่ม่ายหลิวคนไหน?” ยายจางหมดสติไปแล้ว แต่พอได้ยินว่าเฒ่าจางมุดกองฟางกับแม่ม่ายหลิว นางก็สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาอย่างกระวนกระวาย แล้วกวาดตามองหาคน “ข้าจะข่วนแม่ม่ายหลิวให้ตาย!”
ตอนนี้นางลืมไปแล้วว่าลูกสาวเพิ่งตาย กำลังจมอยู่กับความโศกเศร้าแสนสาหัส
จางหยวนเป่ามองอยู่ไกล ๆ รู้สึกขายหน้าจนแทบทนไม่ไหว!
ครอบครัวนี้ช่างน่าอับอายขายหน้าจริง ๆ ตาย ๆ ไปให้หมดเสียยังดีกว่า!
