มีใครพูดกันแบบนี้ที่ไหนบ้าง?
กัวโหย่วเซิงถึงกับตอบไม่ถูกไปชั่วขณะ
จือจือหัวเราะเย็นชา “ต่อให้เขาตาย ก็ไม่เกี่ยวกับข้าสักแดงเดียว อยากตายก็ตายไป!”
จางหยวนเป่าคงสมองมีปัญหา ถึงได้คิดจะเอาตัวเองมาหลอกนางเสียได้ เอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?
“อาสะใภ้สี่ ข้าไม่ได้หลอกท่าน ข้าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของหยวนเป่า เมื่อครู่เขาช่วยผู้หญิงคนหนึ่งไว้ระหว่างทาง ใครจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกลับเนรคุณ กล่าวหาว่าเขาทำลายความบริสุทธิ์ของนาง แล้วเรียกเงิน 10 ตำลึงจากเขา ไม่อย่างนั้นก็จะไปฟ้องที่ว่าการ!” กัวโหย่วเซิงแม้จะประหลาดใจ แต่ก็ยังพูดตามที่ตกลงกันไว้
“รบกวนเจ้ารีบไปบอกให้ผู้หญิงคนนั้นฟ้องเถอะ ตอนนี้ที่ว่าการไม่มีคนอยู่สักคน ใครจะสนว่าพวกเขาจะเป็นจะตาย?” จือจือปีนขึ้นรถม้า “เจ้าทึ่มสองคน!”
รถม้าออกเดินทางไปทันที
กัวโหย่วเซิง “...”
สรุปว่าเมื่อวานคนที่ด่าพวกเขาก็คือนางจริง ๆ สินะ?
นังตัวดี!
เจียงซูหลิงนั่งอยู่ในรถม้า ไม่ได้พูดอะไรเลย
นางดูออกว่าจือจือฉลาดมาก ถึงขั้นแยกแยะดีชั่วได้ดีกว่านางที่มีชีวิตมาถึง 40 ปีเสียอีก
พอนึกถึงตอนยังสาวที่หลงเชื่อคนบางคนอย่างโง่งม ในใจก็เจ็บแปลบขึ้นมา
หากตอนนั้นนางฉลาดได้อย่างจือจือ ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
“ฮี้...” เสียงร้องของหญิงชราหวังดังขึ้น รถม้าก็หยุดลง นางรายงานว่า “ฮูหยิน ประตูเมืองที่ใช้ออกไปติดขัดมาก คงออกไปไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้เจ้าค่ะ!”
จือจือเลิกม่านขึ้น
เห็นถนนออกจากเมืองเบื้องหน้าทอดยาวและถูกอุดแน่นด้วยรถม้าและเกวียนวัวหลายคัน อีกทั้งยังได้ยินเสียงด่าทอกันแว่ว ๆ มาจากไกล ๆ
